ตอนที่ 15 ราโตเร็วจริงหรือ

เลโอนาร์โด ดาวินชี

ตอนที่ 15

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 15

ตอนที่ 15

1.ราโตเร็ว ราบราซิเลียนเป็นพืชที่เติบโตเร็วที่สุด มันเติบโตจากพื้นดินด้วยความเร็ว 5 มิลลิเมตรต่อนาที และโตเต็มที่ภายใน 20 นาทีน้ำก็จะช่วยให้เจริญเติบโตได้ดีโดยเฉพาะและเรายังสามารถกำจัดเสียงแตกเนื่องจากอาการบวมน้ำและเห็นน้ำไหลออกมาเช่นกัน

2.ต้นไม้พูด นักวิทยาศาสตร์พบว่าต้นไม้สามารถสื่อสารกันได้หากต้นไม้อยู่ใกล้กัน พืชมีความรู้สึกและไม่ชอบเหมือนมนุษย์ดังนั้นหากมีต้นไม้ที่ไม่ชอบในพื้นที่นั้น มันจะปล่อยฟีโรโมนออกมาเพื่อสื่อสารกับพืชอื่น ๆ เพื่อรับรู้สารนี้จะกระตุ้นพืชที่พวกเขาชอบที่จะเติบโตและจะทำลายพืชที่พวกเขาไม่ชอบ

3.การป้องกันพืช มีพืชหลายชนิดที่จะป้องกันตัวเองเมื่อถูกรบกวนภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากถูกรบกวน พืชปล่อยสารที่เรียกว่า เทอร์เพนและแทนนิน (Terpene, Tannin) ในใบ โปรตีนในใบเปลี่ยนไปเป็นโปรตีนที่ย่อยยาก แมลงที่บุกรุกจะขาดโปรตีน พืชจะหนีจากการถูกแมลงรบกวน

4.ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ชีวิตในความตาย ต้นปาล์ม ทาลิพอตเป็นไม้ดอกที่ใหญ่ที่สุด มีช่วงชีวิตประมาณ 70 ปี แต่ตลอดชีวิตมันจะบานเพียงครั้งเดียวดอกไม้ถึงความสูง 6 เมตรเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตรจนกระทั่งเมล็ดทั้งหมดจะทำให้สุก ใช้เวลาประมาณ 1 ปีต่อมา

5.เรื่องบังเอิญ ประมาณหนึ่งพันปีที่แล้วผู้ดูแลอบิสซีเนียค้นพบกาแฟโดยบังเอิญเพราะวันหนึ่งเขาได้กลิ่นของป่าที่ถูกเผาไหม้ดังนั้นลองชิมแล้วรู้สึกประทับใจกับรสชาติที่เขาต้มในน้ำเดือด ตั้งแต่นั้นมากาแฟได้กลายเป็นสิ่งที่นิยมบริโภค

1. Fast-growing Rato Brasilia is the fastest growing plant. It grows from the ground at a speed of 5 millimeters per minute. And fully mature within 20 minutes, the water will help to grow especially well, and we can also eliminate crackling due to edema and see the water flowing out as well

2. Trees say, scientists have found that trees can communicate with each other if trees are close to each other.

Plants have feelings and dislikes like humans, so if there are trees that don’t like in that area It releases pheromones to communicate with other plants in order to recognize this substance, stimulating the plants they like to grow and destroying plants they don’t like.

3. Plant protection There are many plants that will protect themselves when disturbed within 1 hour after being disturbed. For instance Plants release substances called Terpene and Tannin in leaves.

The proteins in the leaves change to difficult to digest proteins. The invading insects lack protein. Plants will escape from being disturbed by insects.

4. Scientific facts: Life in death Palm-tree is the largest flowering plant. Has a life span of about 70 years, but throughout life it will bloom only once, the flowers reach a height of 6 meters in diameter, 1 meter until all the seeds ripen. Took about 1 year later

5. Coincidence About a thousand years ago, the Abyssinian caretaker discovered coffee by accident, because one day he smelled the burning forest, so try it and was impressed with the taste that he had boiled in boiling water. Since then, coffee has become a popular thing to consume.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

 

ตอนที่ 14 ปลาฉลามต้องว่ายน้ำตลอดเวลา?

ตอนที่ 20

ตอนที่ 14

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 14

ตอนที่ 14

1.ปลาฉลามว่ายน้ำ ถ้าเรามีโอกาสได้เฝ้าดูปลาฉลามอย่างใกล้ชิดก็จะพบว่าปลาฉลามต้องว่ายน้ำตลอดเวลา หากหยุดว่ายน้ำมันจะตาย เพราะปลาชนิดอื่น ๆ จะมีถุงลมทำให้หายใจได้แม้ไม่เคลื่อนที่ แต่ปลาฉลามไม่มีถุงลม ดังนั้น ถ้ามันหยุดว่ายน้ำก็จะทำให้ไม่มีออกซิเจนไหลผ่านเหงือกจึงไม่มีออกซิเจนใช้ในการหายใจ

2.สุดยอดตัวอ่อน ตัวอ่อนของสัตว์ที่กินเก่งที่สุดในโลกคือตัวอ่อนของผีเสื้อกลางคืนในอเมริกาเหนือ เนื่องจากมันสามารถกินอาหารที่มีน้ำหนักมากถึง 86,000 เท่าของน้ำหนักตัวภายในเวลา 48 ชั่วโมงแรกที่มันเกิดมา

3.หมอกเพื่อชีวิต ด้วงแอฟริกาใต้ที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายนามิบมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินหมอก ปกติมันจะอาศัยอยู่ใต้เนินทรายซึ่งอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ แต่เมื่อมันกระหายน้ำ มันก็จะบินออกมาเกาะยอดเนินแล้วปล่อยให้ลดพัดพาหมอกมาจับบนตัวของมัน เมื่อหมอกเกิดการควบแน่นจนกลายเป็นหยดน้ำมันก็จะกินน้ำนั้นแก้กระหาย

4.เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ เพลงรัก ปูทรอปิคัล ฟีดเดลอร์ (Tropical Fiddler) เป็นปูที่มีสีสันสวยงาม ก้ามข้างซ้ายของปูตัวผู้จะมีขนาดใหญ่สะดุดตา ซึ่งมันจะใช้ดึงดูดตัวเมียในช่วงฤดูผสมพันธุ์ โดยจะขยับก้ามไปข้างหลังและข้างหน้าสลับกันคล้ายการสีไวโอลิน แม้จะไม่มีเสียงออกมา แต่ก็สร้างความประทับใจและดึงดูดตัวเมียให้เข้าไปหามันอย่างรวดเร็วได้

5.เวลาของพืช คน สัตว์ และพืชเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน แต่สิ่งที่คนและสัตว์ต่างจากพืชก็คือ การเจริญเติบโต คนและสัตว์จะมีช่วงที่เจริญเติบโตและหยุดโตเมื่อถึงอีกช่วงอายุหนึ่ง แต่สำหรับพืชแล้ว มันจะยังคงเจริญเติบโตไปเรื่อย ๆ และจะหยุดก็ต่อเมื่อมันตายเท่านั้น

Episode 14

1. Shark swimming. If we have a chance to watch the shark closely, it will find that the shark must swim all the time. If you stop swimming, the oil will die. Because other types of fish will have airbags allowing them to breathe even when not moving But the shark does not have an alveoli,

so if he stops swimming then there will be no oxygen flowing through the gills, so there is no oxygen to breathe.

2. The top larva, the larvae of the most edible animals in the world are the larvae of the North American moth Because it can eat up to 86,000 times its weight in the first 48 hours it is born

3. Mist for Life The South African beetle that lives in the Namib Desert lives by eating mist. It normally lives under sand dunes, whose temperatures are relatively stable. But when he is thirsty It will fly out to the top of the hill and let the fan to catch the mist to catch it.

When the mist condenses into drops of oil, it will consume the water to cure thirst

4. Interesting science topics Tropical Fiddler is a colorful crab. The nipper on the left side of the male crab is large, notably.

Which it will use to attract females during the breeding season By moving the claws back and forth alternately like the color of a violin Even without the sound coming out But impressed and attracted the female to find it quickly

5. The times of plants, people, animals and plants are living things too. But what people and animals are different from plants is Growth People and animals will develop and stop growing at another age. But for plants It will continue to grow and will stop only when it dies.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

 

ตอนที่ 13 หนูนักร้อง

การแสดงอารมณ์บนใบหน้าของมนุษย์

ตอนที่ 13

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 13

ตอนที่ 13

1.หนูนักร้อง หนูเป็นสัตว์ที่สามารถร้องเพลงได้แต่เสียงร้องของมันจะเป็นเสียงซูเปอร์โซนิค (Supersonic) ซึ่งมีลักษณะเป็นเสียงสูงและรัวทำให้เราไม่ได้ยินเสียงเพลงของมันแต่ถ้ามันลดระดับเสียงให้ต่ำลง จนถึงระดับปกติที่เราสามารถได้ยินเราก็จะได้ยินเสียงเพลงจากหนูตัวนั้นๆ ได้นั้นเอง

2.สัตว์ปากกว้าง สัตว์ที่สามารถอ้าปากได้กว้างที่สุดคืองูเหลือมเรติคูเลเตด (Reticulated python) มันสามารถยืดตัวได้ถึง 10 เมตร และอ้าปากกว้างจนกลืนกินสัตว์ที่มีน้ำหนัก 55 กิโลกรัม จึงไม่แปลกที่จะมีคนพบสัตว์ใหญ่ๆ อย่างเสือดาวในท้องของมัน

3.ไม่เอาไมโครโฟน ไซเมียง (Simiang) เป็นสัตว์ที่มีถุงลมขนาดใหญ่ จึงตะโกนได้เสียงดังกว่าสัตว์อื่นๆ มันสามารถตะโกนให้สัตว์ที่อยู่ห่างไกลออกไปถึง 8 กิโลเมตรได้ยินเสียงได้ ส่วนสัตว์น้ำที่สามารถตะโกนได้เสียงดังที่สุดคือ ปลาวาฬรอร์ควอล (Rorqual whale) มันสามารถร้องเพลงด้วยความถี่ 20 เฮิรตซ์ ให้ได้ยินไปไกลถึง 150 กิโลเมตรเลยทีเดียว

4.เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์นักแม่นธนู ปลาเสือมีวิธีจับเหยื่อที่คล้ายกับการยิงธนู โดยมันจะพ่นน้ำไปยังแมลงที่เกาะอยู่บนต้นพืชเหนือน้ำ ทำให้แมลงตกลงในน้ำจากนั้นก็จะตรงเข้าไป ฮุบแมลงนั้นไว้ทันทีปลาเสือสามารถพ่นน้ำใส่เหยื่อของมันในระยะ 3 เมตรได้อย่างแม่นยำ

5.อาวุธของทากทะเล ทากทะเลไม่มีเปลือกห่อหุ้มร่างกายดังนั้น มันจึงป้องกันตัวโดยการกินเซลล์เข็มพิษของแมงกะพรุนเข้าไปเพื่อใช้เป็นอาวุธ เข็มพิษนี้จะไม่ถูกย่อยไปพร้อมกับอาหาร แต่จะถูกส่งไปเก็บไว้ใต้ผิวหนังบริเวณด้านหลัง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูมันก็จะป้องกันตัวด้วยการปล่อยเข็มพิษออกมา

Episode 13

1. Singer rat: A rat is an animal that can sing, but its singing voice is a supersonic sound, which has a high and slower voice, so we can not hear its music, but if it lowers the volume down To the normal level that we can hear, we will hear the music from that mouse itself

2. Wide mouth animals The largest animal that can open its mouth is the Reticulated Python. It can stretch up to 10 meters and open its mouth until swallowing an animal weighing 55 kilograms, so it’s not uncommon to find large animals. Like a leopard in its belly

3. Do not take the microphone. Simiang is an animal with a large air bag. Therefore shouting louder than other animals It can shout for animals that are 8 kilometers away to hear them. The fish that can shout at the loudest is The Rorqual whale can sing at 20 Hz to 150 kilometers.

4. Interesting science facts Archers Tiger fish has a method of catching prey similar to archery. Which it will spray water to the insects that perch on the plants above the water Causing the insects to fall into the water, then go straight in Gather that insect immediately.

Tiger fish can spray water at their bait precisely within 3 meters.

5. The weapons of sea slugs Sea slugs do not have a shell covering the body, so They then protect themselves by ingesting the poisonous jellyfish cells to use as weapons. This poison needle will not be digested with food.

But will be sent to be stored under the skin on the back When faced with an enemy, it will protect itself by releasing poison needles.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

 

ตอนที่ 12 หนอนกระสือ

ตอนที่ 20

ตอนที่ 12

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 12

ตอนที่ 12

1.หนอนกระสือ หนอนกระสือตัวเมียจะมีอวัยวะที่เรืองแสงอยู่บริเวณใต้ท้องซึ่งใช้ส่งสัญญาณไปยังปีกของตัวผู้ที่บินอยู่ด้านบน หนอนกระสือตัวเมียสามารถควบคุมการเปล่งแสงได้ โดยจะใช้แสงต่อเมื่อต้องการดึงดูดตัวผู้เท่านั้น

2.แสงนำทาง รู้ไหมทำไมผีเสื้อกลางคืนจึงชอบบินเข้าหาแสงไฟในตอนกลางคืน เพราะปกติผีเสื้อกลางคืนจะใช้แสงจันทร์นำทาง แต่แสงอื่นทำให้มันสับสนและประสาททางด้านทิศทางเสียไป ดังนั้น มันจึงพยายามปรับแสงจันทร์ปลอมให้ทำมุมเดียวกันกับแสงของพระจันทร์จริงๆ โดยการบินเป็นวงกลมเข้ามาใกล้แสงนั้นมากขึ้น

3.เครื่องขยายเสียง จิ้งหรีดตัวผู้จะใช้เสียงเพลงซึ่งเกิดจากขาหน้าเสียดสีกันการดึงดูดตัวเมีย แต่จะไม่ได้ดังมากนัก มันจึงสร้างเครื่องขยายเสียงชนิดพิเศษ โดยการขุดรังใต้ดินให้มีอุโมงค์ทางเข้าสองทาง แล้วก็ยืนส่งเสียงไพเราะอยู่ทางอุโมงค์ด้านหนึ่ง แต่ที่แปลกอีกอย่างหนึ่งคือ หูที่ไวต่อเสียงของมันไม่ได้อยู่ที่หัวแต่อยู่ที่ขา

4.เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์สัตว์มีเหงื่อหรือไม่ สุนัขก็มีเหงื่อ แต่เหงื่อของมันจะออกบริเวณฝ่าเท้า นอกจากนี้สัตว์อื่นๆ เช่น วัว จะมีเหงื่อออกจากทางจมูก ส่วนเหงื่อของฮิบโปโปเตมัสจะออกมาจากทุกส่วนของร่างกายและจะเป็นเหงื่อสีแดง ลองสังเกตนะว่าสัตว์อื่นๆ มีเหงื่อออกที่ส่วนใดของร่างกาย

5.หนึ่งไม่มีสอง คนเรามีลายนิ้วมือไม่เหมือนกัน ม้าลายแต่ละตัวก็มีแถบลายเฉพาะที่ซึงจะไม่ซ้ำกับม้าลายตัวอื่นๆ เหมือนกันครับ

Episode 12

1. Bugsworms. Female worms have organs that glow under the belly, which is used to send signals to the wing of a man flying above. Female worms can control light emission. Which will only use the light when wanting to attract the male

2. Guiding light. Do you know why moths like to fly at night lights? Because moths normally use moonlight to guide But other light causes it to be confused and lost its direction, so it tries to adjust the fake moonlight to be at the same angle as the light of the moon. By flying in a circle closer to that light

3. Amplifier Male crickets use the song, which is caused by the front legs biting each other, attracting females But not very famous It then created a special type of amplifier. By digging the underground nest to have two entrances with tunnels And then stood and made a melodious sound through one of the tunnels But another strange thing is Their sensitive ears aren’t in their heads but on their legs.

4. Interesting science, do animals sweat? Dogs also sweat. But the sweat will come out on the soles of the feet In addition, other animals such as cows will sweat from the nose. Notice that other animals Sweating at any part of the body

5. One without two People have different fingerprints. Each zebra has a unique pattern that is not unique to other zebras. same

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

 

ตอนที่ 11 กินทางตา

อาการหนาวสั่นของมนุษย์

ตอนที่ 11

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 11

ตอนที่ 11

1.กินทางตา โดยปกติสัตว์จะกินอาหารทางปากแต่สำหรับคางคงและกบแล้ว พวกมันจะกินอาหารทางตาเมื่อกินอาหารมันจะปิดตาแน่นดันลูกตาที่แข็งให้ชนเพดานปากทำให้เพดานปากถูกกดลงมาแนบกับลิ้น แล้วดันอาหารลงสู่กระเพาะอาหารนอกจากนี้มันยังดื่มน้ำโดยการดูดซึมน้ำผ่านทางผิวหนังด้วย

2.ปลิงป้องกันตัว ปลิงทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกมีวิธีป้องกันตัวเองที่แปลกคือ เมื่อถูกทำร้ายมันจะหดตัวทันทีและจะดันอวัยวะภายในของมันออกมา แต่มันก็ยังไม่ตายอวัยวะเหล่านั้นจะเป็นอาหารของผู้ที่ทำร้ายมัน แล้วมันจะค่อยๆ หลบหนีไปจากนั้น 2-3 สัปดาห์อวัยวะภายในของมันจะงอกมาใหม่

3.ตาเคลื่อนที่ ปลาลิ้นหมาไม่ได้มีตาเดียวอย่างที่พวกเราเห็นกันตอนแรกที่มันเกิดมามันจะมี 2 ตา แต่เมื่ออายุมากขึ้นตาของมันจะย้ายตำแหน่งมารวมกันโดยเคลื่อนที่ไปรวมกับตาอีกข้างหนึ่งซึ่งอยู่บนหัว

4.เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ระเบิดควัน ปลาหมึกยักษ์มีวิธีการป้องกันตัวคล้ายการสร้างระเบิดควันของทหาร เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู มันจะพ่นหมึกดำในถุงด้านหลังลำตัวออกมาทำให้บริเวณรอบๆ ขุ่นดำแล้วมันจะรีบหนีไป นักวิทยาศาสตร์พบว่ามันสามารถเปลี่ยนสีหมึกของมันให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ด้วย เช่น สีแดง สีเหลือง สีเทา เป็นต้น

5.กบหดหัว กบพาราดอกซิคัล (Paradoxical) ในอเมริกาใต้มีความพิเศษคือยิ่งมันเจริญเติบโตขึ้นตัวก็ยิ่งเล็กลง เมื่อเป็นลูกอ๊อดมันมีลำตัวยาวถึง 10 นิ้วแต่เมื่อโตเป็น กบลำตัวจะหดลงจนเหลือขนาดไม่ถึง 3 นิ้วเท่านั้น

1. Eating through the eyes. Animals usually eat food through the mouth, but for the chin and the frog. They feed on their eyes. When they eat, they close their eyes tightly, pushing hard eyes to hit the palate, causing the palate to be pressed against the tongue. And pushing food down to the stomach. It also drinks water by absorbing water through the skin as well

2. Leech for self defense Pacific sea cucumber have weird ways to protect themselves. When attacked, it will shrink immediately and will push its internal organs out. But it is not dead. Those organs will be food for those who harm them. Then it will gradually Escape from then 2-3 weeks, their organs will regenerate

3. Eyes moving Lignhma does not have one eye as we saw it. At first it was born. It has 2 eyes, but as they age, their eyes move together, moving together with the other eye on the head.

4. Interesting science facts, smoke bomb Giant squid have a means of defense similar to the creation of military smoke bombs. When confronting an enemy It will spray black ink in the bag on the back of the body to make the area around Black is turbid and he will quickly escape. Scientists have found that it can change its ink color to match the environment, such as red, yellow, gray, etc.

5. The frog is retracted. (Paradoxical) in South America is unique, the more it grows, the smaller it When it is a tadpole, it has a body up to 10 inches long. The body frog will be reduced until it is less than 3 inches in size.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

 

ตอนที่ 10 ช้างนักกิน

ตอนที่ 20

ตอนที่ 10

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 10

ตอนที่ 10

1.ช้างนักกิน ช้างแอฟริกามีขนาดใหญ่มากหนักถึง 7 ตันที่ตัวใหญ่ขนาดนี้ก็เพราะมันใช้เวลาในการกินประมาณ 18-20 ชั่วโมงต่อหนึ่งวันเลยทีเดียวก็เท่ากับประมาณ 3/4 ในหนึ่งวัน โดยจะกินพืชผักประมาณวันละ 350 กิโลกรัมและยังกินน้ำถึง 90 ลิตรถ้านึกภาพไม่ก็เท่ากับกินน้ำขวด 1 ลิตรกินไปทั้งหมด 90 ขวด

2.เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์สุนัขน้ำร้อน สุนัขเป็นสัตว์ที่คนนิยมเลี้ยงกันโดยทั่วไป เพราะนอกจากจะใช้เฝ้าบ้านได้แล้ว สุนัทยังทำหน้าที่ได้หลายอย่างมากๆ นานมาแล้วชาวอินเดียนแอซเทคนำสุนัขพันธุ์เม็กซิโกซึ่งตัวเล็กนิดเดียวมีขนสั้นบางมาใช้แทนกระเป๋าน้ำร้อน เพื่อสร้างอบอุ่นแก่เท้าเจ้าของเมื่ออากาศหนาว

3.หูหนวกเต้นระบำ หากใครเคมชมภาพยนต์อินเดียคงจะเคยเห็นงูที่เต้นระบำเมื่อได้ยินเสียงปี่ จริงๆแล้วมันไม่ได้เต้นระบำเพราะเสียงปี่หรอก งูเป็นสัตว์ที่หูหนวกจึงไม่ได้ยินเสียงปี่ แต่ที่มันเต้นส่ายไปส่ายมาก็เพราะจังหวะการเคลื่อนไหวของหมองูต่างหาก ถ้าลองใช้ไม้แทนปี่งูก็ยังคงเต้นระบำได้เหมือนกัน

4.หางเก็บอาหาร มีสัตว์หลายชนิดที่มีหางและหางของมันก็ใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น แกะพันธุ์หนึ่งที่ใช้หางของมันทำหน้าที่เก็บหญ้าซึ่งเป็นอาหารของมันไว้ เมื่อหญ้าขาดแคลนหญ้าที่ถูกสะสมไว้ที่หางก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันเพื่อให้พลังงานแก่ร่างกายของมันเอง

5.อูฐลื่น อูฐเป็นสัตว์ที่ขาแต่ละข้างประกอบด้วยนิ้วใหญ่ๆ 2 นิ้วปกคลุมด้วยแผ่นรองเท้าที่หนาและเหนียวทั้งยังมีแผ่นหนับางๆ เชื่อมนิวทำให้ติดกันทำให้เท้าอูฐแข็งแรงขึ้นเหมาะสำหรับเดินในทะเลทราย แต่หากจับอูฐมาอยู่ในโคลนละก็ เท้าแบบนี้ก็ไร้ประโยชน์เพราะจะทำให้อูฐลื่นไถลได้ง่าย

1. The African elephant eating elephant is very large, weighing up to 7 tons. This size is large because it takes about 18-20 hours to eat a day, which is equal to about 3/4 in a day. Vegetables about 350 kilograms per day and still consume up to 90 liters of water. If you can not imagine, it is equivalent to 1 liter of bottled water. Consume 90 bottles

2. What you should know about hot dogs Dogs are animals that are commonly adopted by people in general. Because aside from being able to use to watch the house The hadith has many functions. Long ago, the Aztec Indians adopted a small Mexican dog with thin, short hair instead of a hot water bag. In order to warm the owner’s feet when the weather is cold

3. Deaf dance If anyone watched the Indian movie, they’d probably seen a snake dance when he heard a bagpipe. It’s actually not dancing because of the bagpipes Snakes are deaf animals and therefore do not hear bagpipes. But the dance moves because of the rhythm of the snake charmer. If you try to use a stick instead of a bagpipe, the snake can still dance.

4. Tail to store food Many animals have their own tails and tails, for example, a sheep that uses its tail to keep its grass for food. When the grass is short of grass that has accumulated on the tail, it will turn into fat to give energy to its own body.

5. Camel Slippery Camels are animals on each leg consisting of 2 big fingers covered with thick and sticky shoe pads and also have a thin sheet. New welding, make it stick together, make camel feet stronger, suitable for walking in the desert But if holding the camel in the mud This kind of feet are useless because it makes the camels slip easily.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

 

ตอนที่ 9 ความฝันของมนุษย์

อาการหนาวสั่นของมนุษย์

ตอนที่ 9

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 9

ตอนที่ 9

1.ความฝัน เชื่อหรือไม่ว่าความฝันช่วยทำให้จิตใจของเราสดชื่นเบิกบานได้ไม่ว่าเราจะจำความฝันนั้นได้หรือไม่ก็ตาม เพราะความฝันจะแสดงถึงสิ่งที่เราอยากทำเมื่อตื่นแต่เราไม่สามารถทำได้ด้วยเหตุผลนานาประการ

2.เวลาของความฝัน ผู้เชี่ยวชาญแสดงทัศนะเกี่ยวกับเวลาในช่วงของความฝันไว้ว่า เวลาที่เราตื่นอยู่ประสาทความรู้สึกเกี่ยวกับเวลาของเราจะเป็นแนวตั้ง ดังนั้น เราจึงรับรู้แต่ขณะปัจจุบันเท่านั้นแต่เมื่อเราหลับมันจะกลายเป็นเส้นแนวนอน ทำให้เราสามารถเดินทางไปในอดีตและอนาคตได้

3.สร้างความฝัน ถ้าอยากให้ความฝันสวยงามลองงดดื่มเครื่องดื่มทุกชนิดประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอนสิครับ เพราะผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจะทำให้ความฝันยิ่งใหญ่ และถ้าใครเห็นความฝันของตนเองเป็นสีต่างๆ ละก็แสดงว่าเป็นคนที่ไวต่อการกระตุ้นต่างๆ รอบตัวมากทีเดียว

4.เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์จมูกของมด ใครรู้บ้างว่ามดใช้อะไรในการดมกลิ่น คำตอบก็คือใช้เท้านั้นเอง การใช้เท้าดมกลิ่นช่วยให้มันสามารถตามกลิ่นที่เพื่อนของมันทิ้งไว้ตามทางได้ นอกจากนี้มันยังสามารถใช้ข้อต่อที่หนวดรับกลิ่นได้อีกด้วย

5.นายช่างใหญ่ บีเวอร์เป็นสัตว์ที่ชอบสร้างเขื่อนและบ้านของมันเองมาก มันจะคาบกิ่งไม้และกินไม้เป็นอาหาร ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะถ้าไม่ได้กัดไม้ทุกวัน ฟันของมันก็จะงอกและยาวขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้มันนั้นกินอาหารไม่ได้และอดตายในที่สุด

1. Dreams Believe it or not, dreams help to refresh our minds, whether we remember them or not. Because dreams will show what we want to do when waking up, but we can’t do it for many reasons.

2. Time of dreams Experts have expressed the viewpoint about time in dreams. When we awake, our senses of time are vertical, so we only recognize the present moment, but when we sleep it becomes a horizontal line. Makes us able to travel to the past and the future

3. Create dreams If wanting a beautiful dream, try to refrain from drinking all beverages for 1-2 hours before going to bed. Because experts believe that it will make big dreams And if anyone sees their dreams in various colors Each person shows that he is sensitive to various stimuli. Very around

4. Interesting scientific knowledge about ants’ noses Does anyone know what ants use to smell? The answer is to use that foot. Using sniffing feet helps them follow the smell that their friends have left along the way. In addition, it can also be used for odor-resistant joints.

5. Chief Engineer Beavers are animals that like to build dams and their own homes. It will take branches and eat the food. This is because if you do not bite the wood every day. His teeth will grow and grow quickly, causing him to be unable to eat and eventually starve to death.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

 

ตอนที่ 4 หิวเพราะกลิ่น

อาการหนาวสั่นของมนุษย์

ตอนที่ 4

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 4

ตอนที่ 4

1.หิวเพราะกลิ่น พอกลิ่นหอมของอาหารเข้าจมูก เราคงเคยรู้สึกหิวกันใช่ไหมเมื่อได้กลิ่นของอาหารเพราะกลิ่นอาหารนั้นเข้าไปกระตุ้นระบบการย่อยอาหารน่ะสิ ทำให้น้ำย่อยในปากและในท้องของเรานั้นเริ่มทำงาน เราจึงรู้สึกหิวทั้งๆที่บางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการจะกินแล้ว

2.กระเพาะแข็งแรง ในกระเพาะอาหารของเรามีน้ำย่อยที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูงมากๆ จนสามารถละลายสังกะสีได้เลย แต่กรดเหล่านี้ไม่สามารถละลายผนังกระเพาะของเราได้ เนื่องจากทุกนาทีเซลล์ผนังกระเพาะเก่า 5000 เซลล์จะถูกเซลล์ใหม่แทนที่และเปลี่ยนเป็นเซลล์ใหม่ทั้งหมดทุกๆ 3 วัน

3.ท้องร้องจ๊อกๆ พวกเราเคยได้ยินเสียงท้องร้องเมื่อรู้สึกหิวบ้างไหม สาเหตุที่ท้องร้องก็เพราะสมองซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมความรู้สึกหิวของเรา จะคอยจัดลำดับการทำงานของกะเพาะอาหารและลำไส้ ถ้าในเลือดมีสารอาหารเพียงพอ สมองก็จะสั่งให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง แต่เมื่อใดที่มีสารอาหารไม่เพียงพอระบบย่อยอาหารจะเริ่มทำงานเร็วขึ้นจึงทำให้เรานั้นได้ยินเสียงท้องร้อง

4.เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ตกใจจนหน้าซีด เมื่อเราตกใจหน้าจะซีด เพราะเนื่องจากเลือดบริเวณแก้มจะไหลย้อนกลับอย่างรวดเร็วเพื่อทำหน้าที่ฉุกเฉิน คือให้สารอาหารและออกซิเจนแก่กล้ามเนื้อส่วนอื่น เนื่องจากร่างกายไม่ได้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องเผชิญกับความตกใจ เมื่อเลือดจากแก้มไหลออกไป หน้าเราจึงซีด

5.การเขินอาย เมื่อเรารู้สึกเขินอายหน้าเราก็จะแดงโดยเฉพาะบริเวณแก้มและลำคอ เพราะขณะที่เราเขินอาย เซลล์ประสาทจะถูกกระตุ้นให้ปล่อยสารเคมีที่พลังงานสูงชื่อว่า เปปไตด์ (peptide) ออกมาทำให้เส้นเลือดที่แก้มและลำคอขยายตัว หน้าของเราจึงแดงมากกว่าปกติ

ตอนที่ 4

1. Hungry because the smell is enough. The aroma of food enters the nose. Have we ever felt hungry when we smelled food? The smell of food stimulates the digestive system. The gastric juice in our mouths and in our stomachs began to work. So we feel hungry, although sometimes we don’t want to eat anymore.

2. Strong stomach In our stomach there are gastric juices that are very acidic. Until can dissolve zinc But these acids can not dissolve our stomach walls. Since every 5000 old stomach wall cells will be replaced by new cells every 3 days

3. stomach chirping Have we ever heard a stomach cry when feeling hungry? The reason why the stomach cries is because the brain, which controls our feelings of hunger Will prioritize the work of the food and intestines If there are enough nutrients in the blood The brain will instruct the digestive system to slow down. But when there is not enough nutrients, the digestive system will start to work faster, so we can hear the stomach cries.

4. Interesting science topics Frightened When we were shocked they would pale. Because the cheek blood will flow back quickly to perform emergency duties Is to provide nutrients and oxygen to other muscles Because the body is not always prepared to face the fright When the blood from the cheeks flowed out My face is pale.

5. Shyness: When we feel shy, our face becomes red, especially around the cheeks and neck. Because while we were shy The nerve cells are stimulated to release a high-energy chemical called peptide which causes the blood vessels in the cheeks and neck to expand. So our face is more red than usual

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

 

ตอนที่ 2 เชื่อหรือไม่มนุษย์มีสามตา

อาการหนาวสั่นของมนุษย์

ตอนที่ 2

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 2

ตอนที่ 2

  1. ตาที่สาม เชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์นั้นมีสามตา ตาที่สามนั้นก็คือต่อมไพเนียลซึ่งอยู่อยู่ด้านหลังของศีรษะคนทั่วไป ภายในต่อมมีสารเคมีที่มีชื่อเซโรโตนินอยู่เป็นจำนวนมาก ว่ากันว่าสารชนิดนี้ช่วยให้มนุษย์มีการคิดอย่างสมเหตุสมผลคิดถี่ถ้วน นักวิทยาศาสตร์จึงเปรียบต่อมนี้ว่าคือตาที่สามของมนุษย์
  2. ฮัดเช้ย (จาม) เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาทำให้จมูกของเราเกิดการระคายเคือง เราจะจามออกมาโดยอัตโนมัติ ทุกครั้งที่เราจามจะมีน้ำลายพุ่งออกมาถึง 100,000 หยดด้วยความเร็ว 152 ฟุตต่อวินาที
  3. ริมฝีปาก เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมริมฝีปากของเราจึงต้องมีสีแดงมากกว่าส่วนอื่นๆ ในร่างกายเรา ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผิวหนังบริเวณริมฝีปากบางกว่าส่วนอื่นๆ จึงสามารถทำให้มองสีเลือดใต้ผิวหนังได้
  4. การยิ้มแย้ม ร่างกายของเราประกอบด้วยกล้ามเนื้อประมาณ 650 มัด หากเราหน้าบึ้งจะต้องใช้กล้ามเนื้อประมาณ 400 มัด ในขณะที่การยิ้มใช้กล้ามเนื้อเพียง 15 มัดเท่านั้น และพลังงานที่ใช้ก็น้อยกว่าการขมวดคิ้ว 1 ครั้งอีก เชื่อกันว่าการขมวดคิ้ว 200,000 ครั้งจะทำให้เกิดตีนกา 1 รอย
  5. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ฟันปลา เชื่อกันว่าเมื่อประมาณ 1 ล้านปีที่แล้วฟันของมนุษย์มีลักษณะคล้ายกับฟันปลาเพราะมีการค้นพบลักษณะเดียวกันกับของมนุษย์อยู่ในกรามของปลาฉลามยุคก่อนประวัติศาสตร์ ดังนั้น ฟันของมนุษย์และปลามฉลามจึงมีโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกัน แต่ฟันของมนุษย์ได้พัฒนาจนมีรูปร่างแบบในปัจจุบัน

ตอนที่ 2

 

  1. The third eye. Believe it or not, humans have three eyes. The third eye is the pineal gland, which is located behind the head of a common person. Inside the gland there are many chemicals with the name serotonin. It is said that this substance helps humans to think reasonably, think thoroughly. The scientists therefore compared this gland as the third human eye.
  2. Hudy (sneezing) when a foreign object enters our irritated nose We will sneeze out automatically. Every time we sneeze, there will be 100,000 saliva ejecting at a speed of 152 feet per second.
  3. Have you ever wondered why your lips have to be redder than other parts of your body? Because the skin on the lips is thinner than the rest? Therefore able to make the blood look under the skin
  4. Smiling. Our body consists of approximately 650 muscles. If we frown, we need to use about 400 muscles while the smile uses only 15 muscles and the energy used is less than 1 frown. That frowning 200,000 times will cause 1 crow’s feet
  5. Zig Zag is believed to be believed that about 1 million years ago, human teeth resembled a zag, because the same traits were discovered in humans in the prehistoric shark’s jaw. Sharks therefore have the same basic structure. But the human teeth have developed to their present form
    ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

ตอนที่ 1 วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา

ตอนที่ 1

  1. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ มนุษย์พลังงาน เชื่อหรือไม่ว่าร่างกายของคนผลิตกระแสไฟฟ้าได้ คนแต่ละคนจะมีพลังงานเทียบเท่ากับการเปิดหลอดไฟขนาด 120 วัตต์ เพราะคนที่กินอาหารเข้าไปปริมาณ 2,500 แคลอรี่ในแต่ละวันจะให้พลังงานความร้อน 104 แคลอรีต่อชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากับกระแสไฟฟ้า 120 วัตต์
  2. กะพริบตา ตลอดชีวิตของคนเราต้องกะพริบตาถึง 250 ล้านครั้งเลยทีเดียว เพราะเราจะต้องกะพริบตาทุกๆ 6 วินาที ทำให้กล้ามเนื้อตาเคลื่อนไหวประมาณ 10,000 ครั้ง ต่อวัน ถ้าเปรียบเทียบกับการทำงานของกล้ามเนื้อขาแล้ว จะเท่ากับวิ่งระยะทาง 80 กิโลเมตรต่อวัน
  3. สมองบริโภค เชื่อหรือไม่ว่าตอนแรกเกิดสมองของเราหนักประมาณ 3% ของน้ำหนักตัวเท่านั้นแต่เมื่ออายุได้ประมาณ 15 ปี สมองจะหนักถึง 1.4 กิโลกรัมและจะมีขนาดคงที่สมองเติบโตได้เพราะใช้พลังงานจากอากาศที่เราหายใจเข้าไป 20% และใช้เลือดล่อเลี้ยง 15 %
  4. เส้นขนแข็งแรง โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราจะมีเส้นขนประมาณ 5 ล้านเส้นทั่วร่างกาย ยกเว้นบริเวณริมฝีปาก ฝ่ามือและฝ่าเท้า เส้นขนที่แข็งแรงที่สุดคือหนวด เชื่อหรือไม่ว่าหนวดแข็งแรงพอๆ กับลวดทองแดงที่มีขนาดเท่ากันเลยทีเดียว
  5. ตาแหลมคม ตาของเหยี่ยวสามารถ มองเห็นแมลงวันที่อยู่ในระยะครึ่งไมล์ได้ ส่วนเสือดาวก็สามารถมองเห็นคนกะพริบตาที่ระยะห่าง 100 หลาได้ ตาของคนก็มีความพิเศษเช่นเดียวกัน เพราะสามารถแยกแยะความแแตกต่างของสีได้มากถึง 17,000 สี

ตอนที่ 1

  1. Interesting science stories Human energy Believe it or not, the human body can generate electricity. Each person will have an energy equivalent to turning on a 120-watt light bulb, because people who consume 2,500 calories each day will give you 104 calories of heat per hour. Which is equivalent to electric current of 120 watts
  2. Blink throughout the life of a person must blink 250 million times. Because we have to blink every 6 seconds, causing the eye muscles to move about 10,000 times a day, if compared to the work of the leg muscles Would be equal to running a distance of 80 kilometers per day
  3. The brain consumes. Believe it or not, at first, our brain weighs only 3% of its body weight. But at the age of about 15, the brain will weigh up to 1.4 kilograms and will have a constant size. The brain can grow because it uses energy from the air we breathe. Go into 20% and use blood to lure 15%
  4. Strong hairs On average We have about 5 million hairs all over the body. Except for the lips Palms and soles The strongest hairs are tentacles. Believe it or not, tentacles are just as strong. With a copper wire of the same size
    Sharp
  5. eyes, can the eyes of a hawk Can see flies that are half a mile away The leopard can see people blinking at a distance of 100 yards. Their eyes are also unique. Because it can distinguish between 17,000 colors

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE