โลก และ ดวงจันทร์ ถูกอุกกาบาตพุ่งชนมากขึ้น 3 เท่า ในช่วง 300 ล้านปีที่ผ่านมา

โลก และ ดวงจันทร์ ถูกอุกกาบาตพุ่งชนมากขึ้น 3 เท่า

โลก และ ดวงจันทร์ ถูกอุกกาบาตพุ่งชนมากขึ้น 3 เท่า ในช่วง 300 ล้านปีที่ผ่านมา

โลก และ ดวงจันทร์ ถูกอุกกาบาตพุ่งชนมากขึ้น 3 เท่า
โลก และ ดวงจันทร์ ถูกอุกกาบาตพุ่งชนมากขึ้น 3 เท่า

ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติเผยแพร่ผลการศึกษาล่าสุดของพวกเขาในวารสาร Science ซึ่งชี้ให้เห็นว่าโลกและดวงจันทร์มีการสัมผัสกับอุกกาบาตขนาดใหญ่มากขึ้น ตลอดระยะเวลาเกือบ 300 ล้านปีเหตุการณ์ประเภทนี้พบว่าเพิ่มขึ้นสามเท่าเมื่อเทียบกับประมาณหนึ่งพันล้านปีก่อนหน้านี้

ผลการสำรวจร่องรอยหลุมบ่อกว้าง 10 กิโลเมตรขึ้นไปเกิดจากการชนกันของอุกกาบาตจากอวกาศ จำนวนอุกกาบาตที่พุ่งชนโลกและดวงจันทร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตั้งแต่ไดโนเสาร์เริ่มแพร่พันธุ์ในโลกดึกดำบรรพ์เมื่อ 240 ล้านปีก่อน นี่คือความถี่ของการชนกันทุกๆ 1 ล้านปี แต่ก่อนหน้านั้นอัตราการพุ่งชนของอุกกาบาตมีเพียง 1 ครั้งในทุกๆ 3 ล้านปี

ข้อมูลระบุว่าการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์หลังจากพบอุกกาบาตยักษ์พุ่งชนโลกที่คาบสมุทรยูคาทานในเม็กซิโก

นับเป็น “โชคร้าย” ของพวกเขาอย่างแท้จริง ที่เกิดวิวัฒนาการและผลิตซ้ำในช่วงเวลาที่โลกมีโอกาสถูกอุกกาบาตพุ่งชนเพิ่มขึ้นหลายเท่า

การศึกษานี้อาศัยหลักฐานจากหลุมอุกกาบาตที่พบบนดวงจันทร์เป็นหลัก เนื่องจากโลกและดวงจันทร์มีอัตราการชนกับดาวเคราะห์น้อยหรืออุกกาบาตเท่ากัน

แต่ร่องรอยที่ก่อตัวบนโลกมักจะจางหายไปเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาและภูมิอากาศ จนถึงขณะนี้ยังไม่พบหลุมอุกกาบาตบนโลกที่มีอายุมากกว่า 650 ล้านปี

An international team of scientists published their latest study in the journal Science, suggesting that the Earth and the Moon are increasingly exposed to larger meteorites. Over the course of nearly 300 million years, these types of events have seen a threefold increase compared to about one billion years earlier.

The results of the survey, traces of potholes up to 10 km wide were caused by a collision of meteorites from space. The number of meteorites hitting the Earth and the Moon has increased significantly.

Since dinosaurs began to breed in the primitive world 240 million years ago, this was the frequency of collisions every 1 million years.Before that, the rate of meteorite hits was only 1 every 3 million years.

The dinosaurs’ extinction after the discovery of a giant meteorite struck Earth on the Yucatan Peninsula in Mexico.

It was truly their “bad luck”. That evolved and reproduced in a time when the Earth has a chance of being hit by a meteorite has increased many times.

The study is mainly based on evidence from craters found on the Moon. Because the Earth and the Moon have the same collision rates with asteroids or meteorites.

But traces that form on Earth often fade due to geological and climatic changes. Until now, no craters are found on Earth that are more than 650 million years old.

โลก และ ดวงจันทร์ ถูกอุกกาบาตพุ่งชนมากขึ้น 3 เท่า ในช่วง 300 ล้านปีที่ผ่านมา

เข้าsuperslot ทางเข้าpg

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

DNAสารพันธุกรรม

DNAสารพันธุกรรม

DNAสารพันธุกรรม

DNAสารพันธุกรรม
DNAสารพันธุกรรม

สารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (deoxyribonucleic acid; DNA) เป็นกรดนิวคลีอิกที่เก็บข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ดีเอ็นเอส่วนใหญ่เป็นโครโมโซมซึ่งอยู่ในนิวเคลียส ภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต DNA มีหน้าที่สำคัญสองประการ

1. การจำลองแบบดีเอ็นเอ

ดีเอ็นเอที่มีชีวิตมีความสามารถในการสร้างและจำลองตัวเองในระหว่างกระบวนการแบ่งเซลล์เพื่อสร้าง DNA ที่เหมือนกันทุกประการกับเซลล์ใหม่

2. การถ่ายทอดข้อมูลผ่าน RNA (การถอดความ)

ดีเอ็นเอสามารถถอดรหัสได้ เพื่อสร้าง RNA (กรดไรโบนิวคลีอิก RNA) RNA ที่ได้จะกำหนดการสร้างกรดอะมิโน ในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน

ซึ่งโปรตีนถูกใช้เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นในโครงสร้างขององค์ประกอบต่างๆภายในเซลล์และเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางชีวเคมีหรือเอนไซม์ในสิ่งมีชีวิต ด้วยการทำงานสองอย่างของ DNA ทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถสืบทอดเผ่าพันธุ์และดำรงเผ่าพันธุ์ได้

DNA ประกอบด้วยหน่วยย่อยที่เรียกว่านิวคลีโอไทด์ซึ่งเป็นสารประกอบฐานไนโตรเจนแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มพิวรีน ได้แก่ ไทมีน ; T) cytosine (C) และ pyrimidine base groups เช่น adenine (A), guanine (G)

สารประกอบฐานไนโตรจีนรวมกับน้ำตาลดีออกซีไรโบสและกรดฟอสฟอริกเพื่อสร้างนิวคลีโอไทด์ในดีเอ็นเอ ดังนั้นจึงมีนิวคลีโอไทด์สี่ชนิดตามชนิดของไนโตรฟอสเฟตคืออะดีโนซีนไตรฟอสเฟต (ATP)

Guanosine triphosphate (guano sine triphosphate; GTP), cytosine triphosphate (CTP) และ thymidine triphosphate (TTP)

การเรียงลำดับของนิวคลีโอไทด์ทั้งสี่มีผลต่อการเกิดความหลากหลาย และแยกความแตกต่างของลำดับบนสายดีเอ็นเอ ซึ่งมีความจำเพาะต่อสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด

โครงสร้างของ DNA ประกอบด้วยสาย Polynucleotide ซึ่งเกิดจากการเชื่อมต่อของนิวคลีโอไทด์หลายตัวด้วยพันธะฟอสโฟไดนามิค มันเกิดจากพอลินิวคลีโอไทด์สองตัวเรียงขนานกันในทิศทางตรงกันข้ามกัน

จับคู่และพันกันเป็นเกลียวขวาเหมือนบันไดวนที่เรียกว่า Double Helix (doublehelix) การจับคู่หรือการจับคู่ของสองสายของพอลินิวคลีโอไทด์ที่เกิดจากการจับคู่ระหว่างเบสพิวรีน

และไพริมิดีนเบสด้วยพันธะไฮโดรเจนกับ A พันธะสองพันธะถูกสร้างขึ้นเพื่อผูกกับ T (A = T) และ G สร้างพันธะสามพันธะเพื่อจับกับ C โดยมีน้ำตาลและหมู่ฟอสเฟตทำหน้าที่เป็นแกนนอกของโมเลกุล

Genetic material or DNA (deoxyribonucleic acid; DNA) is a nucleic acid that stores the genetic information of an organism. Most of the DNA is chromosomes located in the nucleus. Within the cells of a living organism, DNA has two important functions.

1. DNA replication

Living DNA has the ability to generate and replicate itself during the cell division process to produce DNA that is exactly the same as new cells.

2. RNA Transcription (Transcription)

DNA can be transcribed to form RNA (ribonucleic acid RNA) .The resulting RNA determines the formation of amino acids. In the process of protein synthesis

Proteins are used as essential structural elements within cells and as a biochemical catalyst or enzyme in living organisms. By doing two functions of DNA, organisms can inherit and sustain race.

DNA is made up of subunits called nucleotides, which are nitrogen-based compounds divided into two groups: the purine group, thymine; T), cytosine (C), and pyrimidine base groups, such as adenine (A), guanine (G)

Nitro-Gene base compound is combined with deoxyribose and phosphoric acid to form nucleotides in DNA. Therefore, there are four nucleotides based on the type of nitrophosphate: adenosine triphosphate (ATP).

Guanosine triphosphate (guano sine triphosphate; GTP), cytosine triphosphate (CTP), and thymidine triphosphate (TTP).

The sequence of the four nucleotides influences the multiplication. And differentiate sequences on the DNA strands Which are specific to each organism

The structure of DNA is made up of strands. Polynucleotide This is due to the connection of several nucleotides with a phosphodynamic bond. It is formed when two polynucleotides are parallel to each other in opposite directions.

DNAสารพันธุกรรม

เข้าsuperslot ทางเข้าpg

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

แรงและการเคลื่อนที่ ความรู้วิทยาศาสตร์

แรงและการเคลื่อนที่ ความรู้วิทยาศาสตร์ แรงและการเคลื่อนที่ ความรู้วิทยาศาสตร์ แรงหมายถึงสิ่งที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนตำแหน่งเช่นการเคลื่อนย้ายวัตถุที่หยุดนิ่ง หรือทำให้วัตถุที่เคลื่อนที่อยู่แล้วให้เคลื่อนที่เร็วขึ้นหรือช้าลง

เคยสังเกตไหมว่าเวลาเราผลักหรือดึงประตูหน้าต่างหรือแม้กระทั่งยกหนังสือยกกระเป๋าหรือรถเข็นทำไมประตูหน้าต่างถึงเปิดปิดได้ ทำไมหนังสือหรือกระเป๋าจึงถูกยกขึ้น? ทำไมรถหรือเก้าอี้รถเข็นจึงเคลื่อนที่? และอะไรทำให้วัตถุเราเรียกสิ่งนี้ว่าแรงเคลื่อน

Have you ever noticed that when you push or pull a door or a window, or even lift a book, a bag or a trolley, why the windows can open and close Why was the book or bag being raised? Why does a car or a wheelchair move? And what makes an object call this motion?

กองกำลังมีหลายประเภท เรามาทำความรู้จักกับประเภทของกองกำลังกัน

1.แรงย่อยหมายถึงแรงที่เป็นส่วนประกอบของแรงหลายอย่างเช่นการเล่นชักเย่อ แยกเป็นสองฝ่ายถ้าจำนวนคนเท่ากันถ้าทั้งสองฝ่ายออกแรงเท่ากันไม่มีฝ่ายใดชนะ แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกแรงมากกว่าอีกฝ่ายที่ออกแรงมากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะทันที

2.กำลังสุทธิคือผลรวมของกองกำลังย่อยทั้งหมดหรือผลรวมของกองกำลังย่อยสุดท้ายเช่นเดียวกับการชักเย่อ ฝ่ายซ้ายชนะ เนื่องจากผลของแรงสุทธิมีค่ามากกว่า

หากมีเพียงแรงเดียวมันจะแสดงตัวเองเป็นทั้งแรงย่อยและแรงสุทธิในตัวเอง ผลของแรงสุทธิเป็นศูนย์ จะทำให้สิ่งต่างๆหยุดนิ่งเช่นภาพของการออกแรงกระทำต่อวัตถุสองชิ้นด้วยแรงเท่ากัน.

3.แรงดึงคือแรงที่กระทำต่อวัตถุที่ทำให้มันเคลื่อนเข้าหาตัวเราเช่นเราดึงแขนแม่เข้าหาตัวเรา เราลากเก้าอี้เราดึงเสื้อผ้าจากราวตากผ้า คนที่เล่นชักเย่อเด็กลากรถเราลากควาย ฯลฯ

4.แรงผลักคือแรงที่กระทำต่อวัตถุที่ทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่ออกไปจากเราเช่นผลักหน้าต่างผลักประตูเตะลูกฟุตบอลผลักลูกเทนนิสเป็นต้น

การใช้แรงผลักในการเคลื่อนที่และการเคลื่อนที่แตกต่างกันเช่นเมื่อเตะฟุตบอลที่กลิ้งไปข้างหน้าแล้ว เราเตะต่อไปโดยใช้แรงน้อยกว่าการเตะฟุตบอลในขณะพักสำหรับลูกบอลที่กลิ้งไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเราเราต้องใช้แรงผลักหรือเตะมากกว่าดังนั้นหากเราใช้แรงขับไล่กับวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับตัวเรามันจะใช้แรงน้อยกว่าในการผลักวัตถุที่เคลื่อนเข้าหาเราหรือวิ่งเข้าหาเรา

The use of repulsion for movement and movement is different, for example when kicking a soccer that has already rolled forward. We keep kicking with less force than resting soccer kicks.For balls that roll in the opposite direction to us, we have to use more thrust or kick, so if we apply repulsion to an object that is moving in one direction. With us, it takes less force to push objects that are moving towards us or running towards us.

 

แรงทำให้วัตถุเปลี่ยนรูปร่างอย่างไร?

คุณรู้แล้วว่าจุดแข็งคืออะไร แรงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

ผลของการออกแรงไม่เพียงแค่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่หรือหยุดเคลื่อนไหว แต่แรงยังส่งผลต่อการเสียรูปของวัตถุด้วยเช่นกระดาษยับยู่ยี่ จะยับยู่ยี่ไม่เรียบเมื่อเราทำงานหนักในการบีบหรือปั้นดินน้ำมันให้มีรูปร่างตามต้องการเราจะเห็นว่าดินน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างรูปทรงจะไม่กลับคืนสู่สภาพเดิม วัตถุบางอย่างเมื่อออกแรงรูปร่างของมันจะเปลี่ยนไปชั่วคราว และจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเช่นฟองน้ำรัดยางสปริงบอลลูนเป็นต้น

The effect of exertion is not simply moving or stopping an object. But force also affects the deformation of objects such as crumpled paper. When we work hard to squeeze or shape the plasticine into the desired shape, we can see that the shape of the clay will not return to its original shape. Some objects, when exerted, their shape temporarily changes. And will return to be the same, such as sponge, rubber band, balloon spring, etc.

เข้าsuperslot ทางเข้าpg

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 116 แรงโน้มถ่วง ของโลก (Gravitational Force)

ตอนที่ 116 แรงโน้มถ่วง ของโลก (Gravitational Force) การปะทะกันเป็นพลังที่รุนแรงระหว่างประเทศรอบข้างซึ่งนำไปสู่ทิศทางการโจมตีของพวกเขาเอง

และในจักรวาลนี้ทุกระบบมีความรุนแรงส่งผลให้ทุกคนชักจูงหรือใช้ความชั่วร้ายของเขาเองไม่ว่าจะเป็น มันเป็นดาวดวงใหญ่ในจิจิหรือร่างกายของเรา ทางเข้าpg

มวล (Mass) คือปริมาณของสสารทั้งหมดที่ประกอบขึ้นเป็นวัตถุ ซึ่งไม่ว่าวัตถุจะไปที่ใดมวลจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง มวลมีหน่วยเป็นกิโลกรัม (Kg) แตกต่างจากน้ำหนัก (Weight) ซึ่งเป็นผลของแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อวัตถุ

และในทางวิทยาศาสตร์น้ำหนักเป็นทิศทางและเป็นปริมาณเวกเตอร์และเป็นสัดส่วนกับแรงโน้มถ่วงและมวลของวัตถุ หน่วยของมันคือนิวตัน (Newton) ซึ่งแตกต่างจากภาษาทั่วไปของเราสำหรับน้ำหนักเป็นกิโลกรัม

แรงโน้มถ่วง ของโลก (Gravitational Force)

ในจักรวาลถ้าร่างกายมีน้ำหนักบนดวงจันทร์จะมีผลกระทบที่แตกต่างจากน้ำหนักที่ชั่งบนโลกเนื่องจากแรงโน้มถ่วงบนดาวเคราะห์แต่ละดวงไม่เท่ากันและถ้าเรามีน้ำหนักประมาณ 100 ปอนด์ (45 กิโลกรัม)

In the universe, if the body is weighted on the Moon, it will have a different effect than the weight on Earth, because the gravity on each planet is not the same, and if we weigh about 100 pounds (45 kilograms).

โลกบนดวงจันทร์เรามีน้ำหนักเพียง 17 ปอนด์ (8 กิโลกรัม) มีน้ำหนักประมาณ 38 ปอนด์ (17 กิโลกรัม) 91 ปอนด์ (41 กิโลกรัม) บนดาวศุกร์และดาวยูเรนัส 253 ปอนด์ (115 กิโลกรัม)

บนดาวพฤหัสบดี 107 ปอนด์ (49 กิโลกรัม) บนดาวเสาร์และ 114 ปอนด์ (52 กิโลกรัม) บนดาวเนปจูน

on Jupiter, 107 pounds (49 kilograms). On Saturn and 114 pounds (52 kg) on ​​Neptune.

แรงโน้มถ่วงของโลกคือแรงโน้มถ่วงที่มวลของโลกกระทำต่อวัตถุโดยรอบ โดยดึงเข้าหาศูนย์กลางหรือแกนกลางของดวงดาว ทางเข้าpg

Earth’s gravity is the gravitational force that the Earth’s mass exerts on the surrounding objects. By pulling towards the center or the core of the stars

ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้าสัตว์มนุษย์หรือแม้แต่สภาพอากาศ พวกมันทั้งหมดถูกดึงดูดโดยแรงโน้มถ่วงของโลกและไม่กระจัดกระจายไปในอวกาศ

เช่นเดียวกับดาวเทียมและสถานีอวกาศที่มนุษย์ส่งไปโคจรรอบโลก รวมทั้งดวงจันทร์ซึ่งเป็นบริวารของดาวเคราะห์ด้วย ทางเข้าpg

Be it trees, grass, animals, humans or even the weather. They are all attracted by Earth’s gravity and are not scattered into space.

As well as satellites and space stations sent by humans to orbit the Earth Including the Moon, which is a satellite of the planets

โดยทั่วไปแรงโน้มถ่วงเป็นสัดส่วนกับขนาดมวลและระยะห่างระหว่างวัตถุ มวลย่อมส่งผลให้เกิดแรงโน้มถ่วงมากมายโดยเฉพาะวัตถุขนาดใหญ่

Gravity is generally proportional to the size, mass and distance between objects. Mass is responsible for a large amount of gravity, especially large objects.

เช่นดวงอาทิตย์ซึ่งมีมวลมากกว่าโลกของเราหลายล้านเท่า ดังนั้นจึงมีแรงโน้มถ่วงมากพอที่จะทำให้ดาวเคราะห์โคจรรอบตัวเอง

เช่นเดียวกับระยะห่างระหว่างมวลวัตถุที่อยู่ใกล้กันแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อกันมีค่ามากกว่าของวัตถุที่อยู่ห่างไกล ทางเข้าpg

ตอนที่ 116 แรงโน้มถ่วง

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 114 ท้องฟ้า

ท้องฟ้า

ท้องฟ้า

ท้องฟ้า เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศหรือพื้นที่ที่สามารถมองเห็นได้จากพื้นผิวโลก นกแมลงเครื่องบินและว่าวถือเป็นการบินในท้องฟ้า มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้ท้องฟ้าเป็นเรื่องยากที่จะกำหนด

ในเวลากลางวันท้องฟ้าจะปรากฏเป็นพื้นสีฟ้าเนื่องจากอากาศทำให้แสงอาทิตย์กระจัดกระจาย ไม่ใช่เพราะมีวัตถุสีน้ำเงินอยู่เหนือพื้นโลกด้วยเหตุนี้จึงเป็นการยากที่จะกำหนดว่าท้องฟ้าคืออะไร ท้องฟ้าบางครั้งถูกกำหนดให้เป็นบรรยากาศที่มีแสงสว่างเพียงพอในชั้นบรรยากาศของโลก

ในเวลากลางคืนท้องฟ้าจะปรากฏเป็นพื้นสีดำลึก หรือบางครั้งเรียงรายไปด้วยดาว แต่ถ้าเราบอกว่าทุกอย่างที่เราเห็นคือท้องฟ้าแล้วมันก็กลายเป็นว่าท้องฟ้าเป็นจักรวาลซึ่งแตกต่างจากความหมายแรกเมื่อเราเห็นมันในระหว่างวัน

ในเวลากลางวันเราสามารถเห็นดวงอาทิตย์เมื่อไม่มีเมฆ ในเวลากลางคืน (และบางครั้งในระหว่างวัน) เราสามารถเห็นดวงจันทร์ดาวเคราะห์และดวงดาว ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เราเห็นในท้องฟ้าคือเมฆรุ้งและแสงออโรร่าสายฟ้าและฝน

สามารถมองเห็นได้ในช่วงเวลาของพายุบ่อยครั้งที่เราสามารถเห็นหมอกควันในช่วงกลางวันและรัศมีของแสงในเวลากลางคืนเนื่องจากมลพิษที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

ในทางดาราศาสตร์ท้องฟ้าเรียกว่าทรงกลมท้องฟ้า นั่นคือทรงกลมขนาดมหึมา หมุนรอบตัวเองด้วยแกนหมุนและศูนย์รวมกับโลกทรงกลมสวรรค์แบ่งออกเป็นสัดส่วนที่เรียกว่ากลุ่มดาวดู ท้องฟ้า ของดาวเคราะห์ดวงอื่นสำหรับความหมายของท้องฟ้าในดาวเคราะห์และดวงจันทร์ต่าง ๆ ในระบบสุริยะ

sky

The sky is a part of the atmosphere or an area that can be seen from the earth’s surface. Birds, insects, planes and kites are considered flying in the sky. There are many reasons why the sky is difficult to determine.

In the daytime, the sky will appear as a blue ground due to the air scattered sunlight. Not because there are blue objects above the earth. For this reason it is difficult to determine what the sky is.

At night the sky will appear as a deep black ground. Or sometimes lined with stars But if we say that everything we see is the sky, then it turns out that the sky is a universe different from the first meaning when we see it during the day.

In the daytime, we can see the sun when there are no clouds. At night (And sometimes during the day) we can see the moon, planets and stars. Natural phenomena that we see in the sky are clouds, rainbow and aurora, lightning and rain.

In astronomy, the sky is called the celestial sphere. That is a gigantic sphere. Spin yourself around with a rotating axis and center with the spherical world. Heaven is divided into proportions called constellations. See the celestial bodies of other planets for the definition of celestial bodies in planets and moons in the solar system.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 101 การแสดงอารมณ์บนใบหน้าของมนุษย์

การแสดงอารมณ์บนใบหน้าของมนุษย์

การแสดงอารมณ์บนใบหน้าของมนุษย์

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 101

ตอนที่ 80

1.การแสดงอารมณ์บนใบหน้าของมนุษย์  วันหนึ่งๆ เราอาจมีอารมณ์และความรู้สึกเหล่านั้นถูกถ่ายทอดออกมาบ่อยครั้งทางใบหน้า เชื่อหรือไม่ว่ากล้ามเนื้อทั้งที่เป็นวงกลมและเป็นเส้นบนใบหน้าสามารถแสดงอารมณ์ที่หลากหลายได้มากกว่า 1,000 รูปแบบเลยทีเดียวถือว่าไม่น้อยเลยนะเนี้ย

2.การนอนหลับ ขณะนอนหลัลบเราสามารถเรียนรู้ได้หรือไม่ในสมัยก่อนนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามนุษย์ไม่สามารถเรียนรู้ได้ในขณะนอนหลับได้ แต่จากการทดลองอย่างละเอียดของนักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังพบว่า มนุษย์จะไม่สามารถเรียนรู้ได้ในขณะที่นอนหลับสนิทแต่จะสามารถเรียนรู้ได้ในขณะที่อยู่ในช่วงสะลึมสะลือ

3.ล้มตัวลงนอน เชื่อหรือไม่ว่าในบรรดาสิ่งมีชีวิตมีสัตว์เพียง 2-3 ชนิดเท่านั้นที่นอนหลับโดยเอนหลังแนบกับพื้น และสัตว์ชนิดหนึ่งที่สามารถทำเช่นนี้ได้หนึ่งในนั้นก็คือมนุษย์ส่วนสัตว์ชนิดอื่นนั้นบางชนิดก็ยืนหลับส่วนบางชนิดนั้นยืนหลับด้วยซ้ำ

4.เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์น้ำหนักลด ไม่ว่าเราจะมีน้ำหนักมากน้อยเพียงใดก็ตามน้ำหนักของเราจะสามารถลดลงได้ 300 กรัมทุกวันในขณะที่เรานอนหลับแต่อย่าเพิ่งดีใจไปนะครับ เพราะทันทีที่เรานั้นตื่นขึ้นมา น้ำหนักเราก็จะเพิ่มกับมาเท่าเดิม

5.อาณาจักรแห่งความฝัน นักวิทยาศาสตร์พบว่า ถ้าวันหนึ่งๆ เรานอนหลับประมาณ 8 ชั่วโมงเราจะฝัน 3-5 ครั้งต่อคืนโดยช่วงความฝันแต่ละครั้งใช้เวลานานประมาณ 10-30 นาที และถ้าเราถูกปลุกขึ้นมาในระหว่างที่กำลังฝันอยู่เราอาจจะจำฝันนั้นได้หรือไม่ได้ก็ได้

การแสดงอารมณ์บนใบหน้าของมนุษย์

1. Emotional expression on a human face. One day, we may have those emotions and feelings are often expressed in the face. Believe it or not, both circular and facial muscles can display more than 1,000 different styles, no less.

2. Can we sleep while we sleep? In the old days, scientists believed that humans could not learn while sleeping. But from the detailed experiments of later generations of scientists Humans will not be able to learn while in deep sleep, but they will be able to learn while in the midst of sluggishness.

3. Lie down Believe it or not, there are only a few species of creatures. Sleep with your back on the ground. And one kind of animal that can do this, one of which is humans, while some other animals are asleep, others are asleep.

4. Interesting science facts about weight loss No matter how much we weigh, our weight can be reduced by 300 grams every day while we sleep, but don’t be happy. Because as soon as we woke up We will add the same weight.

5. The Kingdom of Dreams Scientists have found that if one day we sleep for about 8 hours, we will dream 3-5 times a night, each period takes about 10-30 minutes, and if we are awakened while dreaming We may or may not remember that dream.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

 

ตอนที่ 83 นาซ่ายืนยันมี” ไอน้ำ “อยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์

ไอน้ำ

นาซ่ายืนยันมี” ไอน้ำ “อยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์

ไอน้ำ

40 ปีที่แล้ว Voyager ได้ถ่ายภาพโคลสอัพครั้งแรกของยูโรปาจูปิเตอร์ ภาพเผยให้เห็นรอยแตกสีน้ำตาลบนพื้นผิวที่ดูเหมือนเส้นเลือดในดวงตา ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีการสำรวจและวิจัยดวงจันทร์เพิ่มเติมทำให้เป็นเป้าหมายสำคัญในการค้นหาชีวิตนอกโลกจากนาซ่า
สิ่งที่ทำให้ยูโรปาน่าสนใจนั้นเป็นไปได้

เพราะมันอาจมีองค์ประกอบที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับสิ่งมีชีวิตซึ่งมี 3 สิ่ง: 1. สารเคมีที่จำเป็น (คาร์บอน, ไฮโดรเจน, ออกซิเจน, ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัสและซัลเฟอร์) 2. แหล่งพลังงาน และ 3. น้ำ (ของเหลว)

นักวิทยาศาสตร์ยอมรับมานานแล้วว่า ” ไอน้ำ ” ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่หายากที่สุดมีอยู่ใต้พื้นผิวของยูโรปาและบางครั้งก็ปะทุขึ้นสู่อวกาศเหมือนน้ำพุ ไม่มีใครสามารถยืนยันการมีอยู่ของมันได้โดยการวัดโมเลกุลของน้ำโดยตรง

ทีมวิจัยล่าสุดที่ศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ดในแมริแลนด์ยืนยันว่าได้ตรวจพบไอน้ำเหนือพื้นผิวของยุโรปโดยใช้กล้องโทรทรรศน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกบนเกาะฮาวาย

Lucas Paganini นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์กล่าวว่าสารเคมีที่จำเป็นและแหล่งพลังงานพบได้ทั่วระบบสุริยะ แต่น้ำเป็นสิ่งที่หายากมากนอกโลก ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถตรวจจับน้ำได้โดยตรงเราพบสิ่งที่ดีที่สุดอีกอย่างคือน้ำในรูปของไอน้ำ

ทีมวิจัยรายงานว่าพวกเขาพบปริมาณน้ำที่ปล่อยจากยูโรปา (2,360 กิโลกรัมต่อวินาที) เพียงพอที่จะเติมเต็มสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกภายในไม่กี่นาที และก็ยังพบว่ามีน้ำปรากฎไม่บ่อยนัก แต่มีขนาดใหญ่พอที่จะตรวจจับได้จากโลก

NASA insists there is “steam” on the moon’s surface

40 years ago, Voyager took the first close-up photo of Europa Jupiter. The picture reveals brown cracks on the surface that look like veins in the eyes. Over the past decade, additional lunar exploration and research has made it an important target for finding extraterrestrial life from NASA.
What makes Europa interesting is possible.

Because it may contain all the necessary components for living organisms, which are 3 things: 1. necessary chemicals (carbon, hydrogen, oxygen, nitrogen, phosphorus and sulfur) 2. energy sources and 3. water (liquid)

Scientists have long acknowledged that “steam”, the most rare element, exists beneath Europa’s surface and sometimes erupted into space like a fountain. No one can confirm its existence by directly measuring water molecules.

The latest research team at the Goddard Space Flight Center in Maryland confirms that it has detected steam above the surface of Europe using the world’s largest telescope on Hawaii.

Planetary scientist Lucas Paganini said that the necessary chemicals and energy sources are found throughout the solar system. But water is a very rare thing outside of the world. While scientists are still not able to detect water directly, we find that the best thing is water in the form of steam.

The research team reported that they found the amount of water released from Europa (2,360 kilograms per second) enough to fill the Olympic standard swimming pool within minutes. And still found that water doesn’t appear often But is large enough to be detected from the world

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 77 มาจากดวงดาว

อาการหนาวสั่นของมนุษย์

ตอนที่ 77

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 77

 

1.มาจากดวงดาว  ร่างกายของเรานั้นประกอบด้วยอะตอมจำนวนมาก อะตอมเหล่านั้นมาจากไหนนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มเชื่อว่าอะตอมเกิดจากดวงดาวที่ดับแล้วเมื่อ 5000 ล้านปีก่อนที่จะมีพระอาทิตย์เกิดขึ้น และดาวดวงนี้เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ก่อนเมื่อโลกเกิดขึ้น เซลล์ของสิ่งมีชีวิตนี้ก็ได้พัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นคน

2.สารพัดสาร เชื่อหรือไม่ว่าในร่างกายของเรามีสารอยู่มากมาย เช่น มีฟอสฟอรัสในปริมาณที่มากพอจำทำให้หัวไม้ขีดไฟ 2,000 ก้าน มีไขมันพอที่จะทำสบู่ได้ 7 ก้อนมีเหล็กมากพอที่จะทำตะปูได้ 1 ตัวมีปูนขาวที่สามารถละลายน้ำแล้วนำไปทาห้องเล็กๆ ได้ 1 ห้องมีซัลเฟอร์ 1 ช้อนชาและโลหะอีกประมาณ 30 กรัม

3.นอนแล้วสูง การนอนช่วยให้เราสูงขึ้นได้ เพราะเมื่อเรายืนหรือนั่งแผ่นกระดูกอ่อนที่กระดูกสันหลังจะถูกแรงดึงดูดของโลกกดลง การนอนช่วยให้แรงกดนี้นั้นหายไปแผ่นกระดูกอ่อนที่ถูกกดก็จะพองตัว ทำให้เราสูงขึ้นได้อีก 8 มิลลิเมตรแต่เมื่อตื่นมาเราก็จะสูงเท่าเดิม

4.เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ พลังกาย ร่างกายของคนเราแข็งแกร่งมากกว่าที่เราคิดเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการยกน้ำหนัก เช่น ถ้าเรานอนหลับโดยห่มผ้าหนัก 2.5 กิโลกรัม หายใจโดยเฉลี่ย 16 ครั้งต่อนาที และนอนนาน 8 ชั่วโมง ทรวงอกของเราสามารถยกน้ำหนักได้ถึง 20 ตัน

5.ฉันทำไม่ได้ สิ่งที่ร่างกายคนเราไม่สามารถทำได้ คือหายใจและกลืนอาหารไปพร้อมๆ กันเพราะกระบวนการกลืนจะไปรบกวนกระบวนการหายใจด้วยการปิดกั้นอากาศไม่ให้ผ่านเข้าไปขณะที่อาหารเคลื่อนจากปากไปยังคอหอยและผ่านไปที่กระเพราะอาหาร

ตอนที่ 77

1. From the stars Our body is made up of many atoms. Where do those atoms come from? Some scientists believe that atoms are caused by stars that have extinguished 5000 million years before the sun occurred. And this star used to live before the world occurred The cells of this organism have evolved into people.

2. Believe it or not, there are many substances in our body, such as a large amount of phosphorus, which makes 2,000 match sticks contain enough fat to make 7 soaps. There is enough iron to make nails. 1 The body has lime that can dissolve in water and then applied to a small room, 1 teaspoon sulfur and about 30 grams of metal.

3. Sleep and then sleep helps us to be taller. Because when we stand or sit, the cartilage on the spine will be pressed down by gravity Sleeping helps to reduce this pressure. The cartilage that is pressed will swell. Causing us to increase by 8 millimeters, but when waking up, we will be the same height

4. Science facts: Our physical strength is stronger than we think. Especially if we are able to lift weights. For example, if we sleep with a blanket of 2.5 kilograms of cloth, breathe an average of 16 times per minute and sleep for 8 hours, our breasts can lift up to 20 tons.

5. I can’t Things that our bodies cannot do Meaning breathing and swallowing food at the same time The swallowing process will interfere with the breathing process by blocking the air from passing through while the food moves from the mouth to the pharynx and through the food.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

 

ตอนที่ 72 หนอนฟิ้นคืนชีพหลังจากถูกแช่แข็งมานานกว่า 42,000 ปี

หนอนฟิ้น คืนชีพ หลังจากถูกแช่แข็งมานานกว่า 42,000 ปี

คืนชีพ

เวิร์มกลมเล็ก ๆ สองตัวถูกกักขังอยู่ในน้ำแข็งตั้งแต่ Plastocene ( ยุคกับแมมมอธ ) หมื่นปีที่ผ่านมาไม่ตาย เมื่อน้ำแข็งละลายมันสามารถกลับ คืนชีพ มามีชีวิตอีกครั้ง การเพิ่มความหวังในการแช่แข็งมนุษย์อาจเป็นจริงไม่ใช่แค่ในนิยายวิทยาศาสตร์

แม้ว่าไส้เดือนฝอยหรือไส้เดือนฝอยจะมีขนาดเล็กมาก โดยทั่วไปแล้วจะมีความยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร แต่มีความสามารถที่น่าประทับใจ บางคนพบว่ามีชีวิตอยู่สูงถึง 1.3 กิโลเมตรใต้พื้นโลก ลึกกว่าสัตว์หลายเซลล์อื่น ๆ มีพยาธิตัวกลมที่อาศัยอยู่บนเกาะในมหาสมุทรอินเดีย มันสามารถพัฒนาให้มี 5 ปากที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของอาหาร

นักวิจัยวิเคราะห์ตะกอนน้ำแข็ง 300 รายการที่ได้จากแถบอาร์กติกและพบว่าตัวอย่าง 2 ตัวอย่างถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในพยาธิตัวกลม เก็บตัวอย่างหนึ่งจากซากดึกดำบรรพ์กระรอกใกล้แม่น้ำ Alazeya ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ Yakutia ประเทศรัสเซีย เป็นตะกอนน้ำแข็งที่มีอายุประมาณ 32,000 ปี อีกตัวอย่างหนึ่งมาจากแม่น้ำ Kolyma ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไซบีเรียอายุประมาณ 42,000 ปี

พวกมันแยกหนอนเพศเมียออกจากตะกอนน้ำแข็ง พบว่าหนอนรอบ 2 ชนิดคือ Panagrolaimus detritophagus และ Plectus parvus หลังจากละลายน้ำแข็งนักวิจัยพบว่าพวกเขา คืนชีพ และกลับไปย้ายและกินอาหาร ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่พบหลักฐานการเก็บรักษาด้วยการแช่แข็งตามธรรมชาติของสัตว์หลายเซลล์

Resurrection worms after being frozen for over 42,000 years

Two small round worms have been confined to the ice since Plastocene (Neolithic to Mammoth). Ten thousand years have passed. When the ice melts, it can revive to life again. Adding hope to freezing humans may be true, not just in science fiction.

Although the nematode or nematode is very small In general, it is approximately 1 millimeter in length, but has impressive capabilities. Some people find that they live up to 1.3 kilometers below the earth. Deeper than many other animal cells, there are roundworms that live on islands in the Indian Ocean. It can develop to have 5 different mouths depending on the type of food.

The researchers analyzed 300 ice sediments obtained from the Arctic, and found that two samples were well preserved in roundworms. Collect one specimen from a squirrel fossil near the Alazeya River in northeastern Yakutia, Russia. Is an ice sediment that is approximately 32,000 years old. Another example comes from the Kolyma River in the northeastern part of Siberia, about 42,000 years old.

They separate the female worms from the ice sediment. And return to move and eat Making this the first time found evidence of natural cryopreservation of multi-cell animals

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE