ตอนที่ 4 หิวเพราะกลิ่น

ตอนที่ 4

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 4

ตอนที่ 4

1.หิวเพราะกลิ่น พอกลิ่นหอมของอาหารเข้าจมูก เราคงเคยรู้สึกหิวกันใช่ไหมเมื่อได้กลิ่นของอาหารเพราะกลิ่นอาหารนั้นเข้าไปกระตุ้นระบบการย่อยอาหารน่ะสิ ทำให้น้ำย่อยในปากและในท้องของเรานั้นเริ่มทำงาน เราจึงรู้สึกหิวทั้งๆที่บางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการจะกินแล้ว

2.กระเพาะแข็งแรง ในกระเพาะอาหารของเรามีน้ำย่อยที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูงมากๆ จนสามารถละลายสังกะสีได้เลย แต่กรดเหล่านี้ไม่สามารถละลายผนังกระเพาะของเราได้ เนื่องจากทุกนาทีเซลล์ผนังกระเพาะเก่า 5000 เซลล์จะถูกเซลล์ใหม่แทนที่และเปลี่ยนเป็นเซลล์ใหม่ทั้งหมดทุกๆ 3 วัน

3.ท้องร้องจ๊อกๆ พวกเราเคยได้ยินเสียงท้องร้องเมื่อรู้สึกหิวบ้างไหม สาเหตุที่ท้องร้องก็เพราะสมองซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมความรู้สึกหิวของเรา จะคอยจัดลำดับการทำงานของกะเพาะอาหารและลำไส้ ถ้าในเลือดมีสารอาหารเพียงพอ สมองก็จะสั่งให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง แต่เมื่อใดที่มีสารอาหารไม่เพียงพอระบบย่อยอาหารจะเริ่มทำงานเร็วขึ้นจึงทำให้เรานั้นได้ยินเสียงท้องร้อง

4.เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ตกใจจนหน้าซีด เมื่อเราตกใจหน้าจะซีด เพราะเนื่องจากเลือดบริเวณแก้มจะไหลย้อนกลับอย่างรวดเร็วเพื่อทำหน้าที่ฉุกเฉิน คือให้สารอาหารและออกซิเจนแก่กล้ามเนื้อส่วนอื่น เนื่องจากร่างกายไม่ได้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องเผชิญกับความตกใจ เมื่อเลือดจากแก้มไหลออกไป หน้าเราจึงซีด

5.การเขินอาย เมื่อเรารู้สึกเขินอายหน้าเราก็จะแดงโดยเฉพาะบริเวณแก้มและลำคอ เพราะขณะที่เราเขินอาย เซลล์ประสาทจะถูกกระตุ้นให้ปล่อยสารเคมีที่พลังงานสูงชื่อว่า เปปไตด์ (peptide) ออกมาทำให้เส้นเลือดที่แก้มและลำคอขยายตัว หน้าของเราจึงแดงมากกว่าปกติ

ตอนที่ 4

1. Hungry because the smell is enough. The aroma of food enters the nose. Have we ever felt hungry when we smelled food? The smell of food stimulates the digestive system. The gastric juice in our mouths and in our stomachs began to work. So we feel hungry, although sometimes we don’t want to eat anymore.

2. Strong stomach In our stomach there are gastric juices that are very acidic. Until can dissolve zinc But these acids can not dissolve our stomach walls. Since every 5000 old stomach wall cells will be replaced by new cells every 3 days

3. stomach chirping Have we ever heard a stomach cry when feeling hungry? The reason why the stomach cries is because the brain, which controls our feelings of hunger Will prioritize the work of the food and intestines If there are enough nutrients in the blood The brain will instruct the digestive system to slow down. But when there is not enough nutrients, the digestive system will start to work faster, so we can hear the stomach cries.

4. Interesting science topics Frightened When we were shocked they would pale. Because the cheek blood will flow back quickly to perform emergency duties Is to provide nutrients and oxygen to other muscles Because the body is not always prepared to face the fright When the blood from the cheeks flowed out My face is pale.

5. Shyness: When we feel shy, our face becomes red, especially around the cheeks and neck. Because while we were shy The nerve cells are stimulated to release a high-energy chemical called peptide which causes the blood vessels in the cheeks and neck to expand. So our face is more red than usual

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

 

ตอนที่ 3 การทรงตัว

ตอนที่ 3

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 3

ตอนที่ 3

1.การทรงตัว เชื่อหรือไม่ว่าหูนั้นมีผลต่อการทรงตัว อวัยวะที่ช่วยให้เราสามารถทรงตัวอยู่ได้คือเซมิเซอร์คิวลาร์ คาแนล (Semicir-cular canel) ในหูซึ่งภายในมีของเหลวที่ไวต่อการกระตุ้นของเหลวนี้จะทำหน้าที่ในการรับรู้สมดุล หากเราหมุนไปรอบๆ ตัวเร็วๆ หลายครั้ง จะทำให้อวัยวะเกิดสับสน ทำให้เรารู้สึกเวียนหัว

2.เสียงกรน รู้หรือไม่เสียงกรนนั้นเป็นเสียงที่สร้างความรำคาญแก่ผู้ได้ยินเพราะดังพอๆ กับเสียงสว่านไฟฟ้าซึ่งดังถึง 70 เดซิเบลเชียว

3.พลังปอด เชื่อหรือไม่ว่าปกติเราจะหายใจเอาอากาศเข้าไปประมาณ 6 ลิตรต่อนาที แต่ระหว่างออกกำลังกายและหลังออกกำลังกายใหม่ๆ เราอาจหายใจเอาอากาศเข้าไปได้มากถึง 100 ลิตรต่อนาทีถือว่าเยอะมาก

4.สารฆ่าความเจ็บปวด เคยสงเกตกันไหมว่าทำไมบางครั้งนักฬาที่ได้รับการบาดเจ็บในระหว่างแข่งขันยังสามารถลงแข่งขันได้จนจบหรือทหารที่ได้รับบาดเจ็บในสนามรบยังคงทนต่อสู้กับข้าศึกได้อยู่ พวกเขาไม่เจ็บกันหรือยังไง นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าเมื่อมนุษย์เผชิญสถานการณ์ตึงเครียด สมองจะปล่อยสารออกมายับยั้งความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ ทำให้มนุษย์ต่อสู้กับความเจ็บปวดได้

5.ไม่มีน้ำตา รู้หรือไม่ว่าตอนที่เราอายุ 4-5 เดือน เราร้องไห้ไม่มีน้ำตากัน แม้จะร้องเสียงดังแค่ไหนก็ตามที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า ต่อมน้ำตาของคนเราจะพัฒนาขึ้นหลังจากเกิดมาแล้ว 4-5 เดือน ตอนนี้พวกเราคงร้องไห้มีน้ำตากันทุกคนแล้ว

ตอนที่ 3

1. Balancing. Believe it or not, the ear affects the balance. The organ that helps us to maintain balance is the semicir-cular canel in the ear, in which the fluid is sensitive to stimulation. If we turn around quickly and repeatedly, it will cause organs to become confused. Makes us feel dizzy

2. Do you know that snoring is a nuisance that is heard as loudly as it sounds? With the sound of an electric drill which is as loud as 70 decibels

3. Lung power. Believe it or not, we normally breathe in about 6 liters of air per minute, but during exercise and after new exercises. We may breathe up to 100 liters of air per minute. Considered a lot.

4. Pain Killer Have you ever wondered why sometimes injured players can compete until the end or the wounded soldiers on the battlefield are still able to fight the enemy? Did they hurt each other? Scientists have proven that when humans face tense situations The brain releases the substance that inhibits the pain. Enable humans to fight pain

5. No tears. Do you know that when we were 4-5 months old, we cried without tears. Regardless of how loud they are singing, this is because Our eyelid glands will develop after 4-5 months of birth. We now have tears and we all have tears.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 2 เชื่อหรือไม่มนุษย์มีสามตา

ตอนที่ 2

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 2

ตอนที่ 2

  1. ตาที่สาม เชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์นั้นมีสามตา ตาที่สามนั้นก็คือต่อมไพเนียลซึ่งอยู่อยู่ด้านหลังของศีรษะคนทั่วไป ภายในต่อมมีสารเคมีที่มีชื่อเซโรโตนินอยู่เป็นจำนวนมาก ว่ากันว่าสารชนิดนี้ช่วยให้มนุษย์มีการคิดอย่างสมเหตุสมผลคิดถี่ถ้วน นักวิทยาศาสตร์จึงเปรียบต่อมนี้ว่าคือตาที่สามของมนุษย์
  2. ฮัดเช้ย (จาม) เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาทำให้จมูกของเราเกิดการระคายเคือง เราจะจามออกมาโดยอัตโนมัติ ทุกครั้งที่เราจามจะมีน้ำลายพุ่งออกมาถึง 100,000 หยดด้วยความเร็ว 152 ฟุตต่อวินาที
  3. ริมฝีปาก เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมริมฝีปากของเราจึงต้องมีสีแดงมากกว่าส่วนอื่นๆ ในร่างกายเรา ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผิวหนังบริเวณริมฝีปากบางกว่าส่วนอื่นๆ จึงสามารถทำให้มองสีเลือดใต้ผิวหนังได้
  4. การยิ้มแย้ม ร่างกายของเราประกอบด้วยกล้ามเนื้อประมาณ 650 มัด หากเราหน้าบึ้งจะต้องใช้กล้ามเนื้อประมาณ 400 มัด ในขณะที่การยิ้มใช้กล้ามเนื้อเพียง 15 มัดเท่านั้น และพลังงานที่ใช้ก็น้อยกว่าการขมวดคิ้ว 1 ครั้งอีก เชื่อกันว่าการขมวดคิ้ว 200,000 ครั้งจะทำให้เกิดตีนกา 1 รอย
  5. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ฟันปลา เชื่อกันว่าเมื่อประมาณ 1 ล้านปีที่แล้วฟันของมนุษย์มีลักษณะคล้ายกับฟันปลาเพราะมีการค้นพบลักษณะเดียวกันกับของมนุษย์อยู่ในกรามของปลาฉลามยุคก่อนประวัติศาสตร์ ดังนั้น ฟันของมนุษย์และปลามฉลามจึงมีโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกัน แต่ฟันของมนุษย์ได้พัฒนาจนมีรูปร่างแบบในปัจจุบัน

ตอนที่ 2

 

  1. The third eye. Believe it or not, humans have three eyes. The third eye is the pineal gland, which is located behind the head of a common person. Inside the gland there are many chemicals with the name serotonin. It is said that this substance helps humans to think reasonably, think thoroughly. The scientists therefore compared this gland as the third human eye.
  2. Hudy (sneezing) when a foreign object enters our irritated nose We will sneeze out automatically. Every time we sneeze, there will be 100,000 saliva ejecting at a speed of 152 feet per second.
  3. Have you ever wondered why your lips have to be redder than other parts of your body? Because the skin on the lips is thinner than the rest? Therefore able to make the blood look under the skin
  4. Smiling. Our body consists of approximately 650 muscles. If we frown, we need to use about 400 muscles while the smile uses only 15 muscles and the energy used is less than 1 frown. That frowning 200,000 times will cause 1 crow’s feet
  5. Zig Zag is believed to be believed that about 1 million years ago, human teeth resembled a zag, because the same traits were discovered in humans in the prehistoric shark’s jaw. Sharks therefore have the same basic structure. But the human teeth have developed to their present form
    ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

ตอนที่ 1 วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา

ตอนที่ 1

  1. เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ มนุษย์พลังงาน เชื่อหรือไม่ว่าร่างกายของคนผลิตกระแสไฟฟ้าได้ คนแต่ละคนจะมีพลังงานเทียบเท่ากับการเปิดหลอดไฟขนาด 120 วัตต์ เพราะคนที่กินอาหารเข้าไปปริมาณ 2,500 แคลอรี่ในแต่ละวันจะให้พลังงานความร้อน 104 แคลอรีต่อชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากับกระแสไฟฟ้า 120 วัตต์
  2. กะพริบตา ตลอดชีวิตของคนเราต้องกะพริบตาถึง 250 ล้านครั้งเลยทีเดียว เพราะเราจะต้องกะพริบตาทุกๆ 6 วินาที ทำให้กล้ามเนื้อตาเคลื่อนไหวประมาณ 10,000 ครั้ง ต่อวัน ถ้าเปรียบเทียบกับการทำงานของกล้ามเนื้อขาแล้ว จะเท่ากับวิ่งระยะทาง 80 กิโลเมตรต่อวัน
  3. สมองบริโภค เชื่อหรือไม่ว่าตอนแรกเกิดสมองของเราหนักประมาณ 3% ของน้ำหนักตัวเท่านั้นแต่เมื่ออายุได้ประมาณ 15 ปี สมองจะหนักถึง 1.4 กิโลกรัมและจะมีขนาดคงที่สมองเติบโตได้เพราะใช้พลังงานจากอากาศที่เราหายใจเข้าไป 20% และใช้เลือดล่อเลี้ยง 15 %
  4. เส้นขนแข็งแรง โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราจะมีเส้นขนประมาณ 5 ล้านเส้นทั่วร่างกาย ยกเว้นบริเวณริมฝีปาก ฝ่ามือและฝ่าเท้า เส้นขนที่แข็งแรงที่สุดคือหนวด เชื่อหรือไม่ว่าหนวดแข็งแรงพอๆ กับลวดทองแดงที่มีขนาดเท่ากันเลยทีเดียว
  5. ตาแหลมคม ตาของเหยี่ยวสามารถ มองเห็นแมลงวันที่อยู่ในระยะครึ่งไมล์ได้ ส่วนเสือดาวก็สามารถมองเห็นคนกะพริบตาที่ระยะห่าง 100 หลาได้ ตาของคนก็มีความพิเศษเช่นเดียวกัน เพราะสามารถแยกแยะความแแตกต่างของสีได้มากถึง 17,000 สี

ตอนที่ 1

  1. Interesting science stories Human energy Believe it or not, the human body can generate electricity. Each person will have an energy equivalent to turning on a 120-watt light bulb, because people who consume 2,500 calories each day will give you 104 calories of heat per hour. Which is equivalent to electric current of 120 watts
  2. Blink throughout the life of a person must blink 250 million times. Because we have to blink every 6 seconds, causing the eye muscles to move about 10,000 times a day, if compared to the work of the leg muscles Would be equal to running a distance of 80 kilometers per day
  3. The brain consumes. Believe it or not, at first, our brain weighs only 3% of its body weight. But at the age of about 15, the brain will weigh up to 1.4 kilograms and will have a constant size. The brain can grow because it uses energy from the air we breathe. Go into 20% and use blood to lure 15%
  4. Strong hairs On average We have about 5 million hairs all over the body. Except for the lips Palms and soles The strongest hairs are tentacles. Believe it or not, tentacles are just as strong. With a copper wire of the same size
    Sharp
  5. eyes, can the eyes of a hawk Can see flies that are half a mile away The leopard can see people blinking at a distance of 100 yards. Their eyes are also unique. Because it can distinguish between 17,000 colors

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE