ตอนที่ 108 อริสโตเติล ผู้จำแนกสัตว์ออกเป็น 2 ประเภท

ผู้จำแนกสัตว์ออกเป็น 2 ประเภท อริสโตเติล

อริสโตเติล

อริสโตเติล เคยเป็นนักปรัชญาคนสำคัญในสมัยกรีกโบราณเป็นนักเรียนของเพลโต เคยเป็นครูของ Alexander the Great ในสมัยที่อริสโตเติลยังมีชีวิตอยู่วิทยาศาสตร์ก็ไม่เป็นที่นิยมเพราะคนยังไม่เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สามารถพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร แต่อริสโตเติลมีความสนใจในการศึกษาและการสอดแทรกในหลายสาขาวิชารวมถึงฟิสิกส์อภิปรัชญาจริยธรรมชีววิทยาและสัตววิทยาที่ศึกษาชีวิตสัตว์และจำแนกสัตว์อย่างเป็นระบบ

แม้จะมีทฤษฎีของเขาที่บางคนพิสูจน์ในภายหลังว่าผิดเช่นความเชื่อที่ว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลซึ่งต้องเข้าใจว่าในสองพันปีที่ผ่านมาไม่มีกล้องโทรทรรศน์เลย แต่มันแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด

ผู้สังเกตการณ์และนักคิดโดยเฉพาะแนวความคิดทางปรัชญาที่คนจำนวนมากยอมรับ
อริสโตเติลถือได้ว่าเป็นบุคคลแรกที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง

เป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์และเป็นบิดาแห่งชีววิทยาอริสโตเติลได้เขียนหนังสือกว่า 1,000 เล่ม ความคิดและงานเขียนของเขามีอิทธิพลต่อผู้คนและความเชื่อในศาสนาคริสต์จนถึงยุคกลางเป็นเวลา 1,500 ปี

Aristotle classifies animals into 2 types.

Aristotle was an important philosopher in ancient Greece, a student of Plato. Used to be the teacher of Alexander the Great during Aristotle’s life. Science was not popular because people didn’t understand that science and technology

Can improve the well-being But Aristotle is interested in studies and interventions in many disciplines, including physics, metaphysics, ethics, biology and zoology that study animal life and systematically classify animals.

Despite his theory that some later proved wrong, such as the belief that the world is the center of the universe, it must be understood that in the past two thousand years there was no telescope at all. But it shows that he is one of the greatest

Observers and thinkers, especially the philosophical concepts that many people accept.
Aristotle is regarded as the first person to be a true scientist.

The father of science and the father of biology, Aristotle has written more than 1,000 books. His ideas and writings have influenced people and beliefs in Christianity up to the Middle Ages for 1,500 years.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 107 วิทยาศาสตร์น่ารู้เรื่องการทรงตัว

วิทยาศาสตร์น่ารู้เรื่อง การทรงตัว

การทรงตัว

1.การทรงตัว เชื่อหรือไม่ว่าหูนั้นมีผลต่อการทรงตัว อวัยวะที่ช่วยให้เราสามารถทรงตัวอยู่ได้คือเซมิเซอร์คิวลาร์ คาแนล (Semicir-cular canel) ในหูซึ่งภายในมีของเหลวที่ไวต่อการกระตุ้นของเหลวนี้จะทำหน้าที่ในการรับรู้สมดุล หากเราหมุนไปรอบๆ ตัวเร็วๆ หลายครั้ง จะทำให้อวัยวะเกิดสับสน ทำให้เรารู้สึกเวียนหัว

2.เสียงกรน รู้หรือไม่เสียงกรนนั้นเป็นเสียงที่สร้างความรำคาญแก่ผู้ได้ยินเพราะดังพอๆ กับเสียงสว่านไฟฟ้าซึ่งดังถึง 70 เดซิเบลเชียว

3.พลังปอด เชื่อหรือไม่ว่าปกติเราจะหายใจเอาอากาศเข้าไปประมาณ 6 ลิตรต่อนาที แต่ระหว่างออกกำลังกายและหลังออกกำลังกายใหม่ๆ เราอาจหายใจเอาอากาศเข้าไปได้มากถึง 100 ลิตรต่อนาทีถือว่าเยอะมาก

4.สารฆ่าความเจ็บปวด เคยสงเกตกันไหมว่าทำไมบางครั้งนักฬาที่ได้รับการบาดเจ็บในระหว่างแข่งขันยังสามารถลงแข่งขันได้จนจบหรือทหารที่ได้รับบาดเจ็บในสนามรบยังคงทนต่อสู้กับข้าศึกได้อยู่ การทรงตัว พวกเขาไม่เจ็บกันหรือยังไง นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าเมื่อมนุษย์เผชิญสถานการณ์ตึงเครียด สมองจะปล่อยสารออกมายับยั้งความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ ทำให้มนุษย์ต่อสู้กับความเจ็บปวดได้

5.ไม่มีน้ำตา รู้หรือไม่ว่าตอนที่เราอายุ 4-5 เดือน เราร้องไห้ไม่มีน้ำตากัน แม้จะร้องเสียงดังแค่ไหนก็ตามที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า ต่อมน้ำตาของคนเราจะพัฒนาขึ้นหลังจากเกิดมาแล้ว 4-5 เดือน ตอนนี้พวกเราคงร้องไห้มีน้ำตากันทุกคนแล้ว

Science to know about balance

1. Balancing. Believe it or not, the ear affects the balance. The organ that helps us to maintain balance is the semicir-cular canel in the ear, in which the fluid is sensitive to stimulation. If we turn around quickly and repeatedly, it will cause organs to become confused. Makes us feel dizzy

2. Do you know that snoring is a nuisance that is heard as loudly as it sounds? With the sound of an electric drill which is as loud as 70 decibels

3. Lung power. Believe it or not, we normally breathe in about 6 liters of air per minute, but during exercise and after new exercises. We may breathe up to 100 liters of air per minute. Considered a lot.

4. Pain Killer Have you ever wondered why sometimes injured players can compete until the end or the wounded soldiers on the battlefield are still able to fight the enemy? Did they hurt each other? Scientists have proven that when humans face tense situations The brain releases the substance that inhibits the pain. Enable humans to fight pain

5. No tears. Do you know that when we were 4-5 months old, we cried without tears. Regardless of how loud they are singing, this is because Our eyelid glands will develop after 4-5 months of birth. We now have tears and we all have tears.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 106 ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี ผู้คิดค้น World Wide Web (WWW)

ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี

ประวัติผู้คิดค้น World Wide Web ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี

ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี

ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี เป็นวิศวกรชาวอังกฤษและนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ผู้คิดค้นระบบข้อมูลอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ (WWW) ซึ่งทำให้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี

มีความคิดนี้ตั้งแต่ปี 1980 แต่มีโอกาสที่จะทำมัน ในปี 1990 เขานำแนวคิดของ Hypertext ที่เชื่อมโยงกับ Transmission Control Protocol (TCP), โปรโตคอลเครือข่ายหลักของอินเทอร์เน็ตและแนวคิดของระบบการตั้งค่า สร้างระบบชื่อโดเมน (DNS) เป็น WWW

เขาออกแบบและสร้างเว็บเบราว์เซอร์แรกของโลกและสร้างเว็บเซิร์ฟเวอร์ และนำเว็บไซต์แรกของโลกออนไลน์ในปี 1911 หลังจากนั้น WWW ได้รับความนิยมและกลายเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบัน Burners-Lee เป็นศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ University of Oxford และ MIT Institute เขาก่อตั้งกลุ่ม World Wide Web Consortium (W3C) เพื่อดูแลการพัฒนา WWW อย่างต่อเนื่อง

รวมถึงการมีบทบาทและการมีส่วนร่วมในองค์กรที่สำคัญหลายแห่งตั้งแต่การประดิษฐ์ WWW ที่มีความก้าวหน้าในการค้นหาและเผยแพร่ความรู้และข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงโลก ทำให้เขาได้รับเกียรติและรางวัลมากมายรวมถึงการได้รับตำแหน่งอัศวินแห่งควีนอลิซาเบ ธ ที่ 2 ของอังกฤษและถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่สำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 20

The History of the Inventors of the World Wide Web

Tim Berners-Lee is a British engineer and computer scientist who invented the internet information system called the World Wide Web (WWW), which makes the internet network widely used around the world.

Having this idea since 1980, but having the opportunity to do it. In 1990, he introduced the concept of Hypertext linked to the Transmission Control Protocol (TCP), the Internet’s main network protocol and the concept of configuration systems. Create a Domain Name System (DNS) to WWW.

He designed and built the world’s first web browser and built a web server. And the first website of the online world in 1911. After that, the WWW became popular and became one of the most important human things in modern times.

Burners-Lee is currently a professor of computer science at the University of Oxford and the MIT Institute. He established the World Wide Web Consortium (W3C) to oversee the ongoing WWW development.

Including roles and participation in many important organizations, from the invention of the WWW, which has made progress in finding and disseminating knowledge and information that changed the world Giving him many honors and awards, including being a knight of Queen Elizabeth II of England and considered one of the most important people of the 20th century.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 105 ราเชล คาร์สัน ผู้เขียนหนังสือ Silent Spring

ราเชล คาร์สัน

ผู้เขียนหนังสือ Silent Spring ราเชล คาร์สัน

ราเชล คาร์สัน

ราเชล คาร์สัน เป็นนักชีววิทยาทางทะเลอเมริกันและนักอนุรักษ์ที่มีแรงบันดาลใจจากหนังสือของเธอสร้างแคมเปญด้านสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก คาร์สันเริ่มเขียนเป็นนักชีววิทยาที่สำนักประมงสหรัฐอเมริกา

หนังสือเล่มแรกของเขา Under the Sea Wind เขียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของปลาและนกทะเล แต่ไม่เป็นที่นิยม แต่หนังสือเล่มต่อไปคือ The Sea Around Us

ซึ่งเขียนเกี่ยวกับชีววิทยาทางทะเลตั้งแต่ช่วงแรกจนถึงหนังสือล่าสุดกลายเป็นหนังสือขายดีอันดับต้น ๆ ได้รับรางวัลหนังสือแห่งชาติของปี 1952

และส่งผลให้หนังสือเล่มแรกเป็นหนังสือที่ขายดีเช่นกันและตามด้วยหนังสือเล่มที่สาม The Edge of the Sea ซึ่งเป็นหนังสือที่ขายดีเช่นกัน

คาร์สันใช้เวลาหลายปีในการค้นคว้าผลกระทบและอันตรายของการใช้ยาฆ่าแมลงและศัตรูพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งสเปรย์ดีดีทีที่กำลังได้รับความนิยมจากนั้นเป็นต้นมาเธอเขียนหนังสือที่สำคัญที่สุดคือ Silent Spring ซึ่งอธิบายถึงอันตรายที่ชัดเจนของสารเคมี

The author of the book Silent Spring Rachel Carson.

Rachel Carson is an American marine biologist and conservationist who has inspired her book to create environmental campaigns throughout the United States and around the world. Carson began writing as a biologist at the United States Bureau of Fisheries.

His first book, Under the Sea Wind, writes about the behavior of fish and sea birds. But not popular But the next book is The Sea Around Us

Which writes about marine biology from the earliest stages to the latest books, becoming a top selling book, winning the National Book Award of 1952

And resulting in the first book being a bestseller as well, followed by the third book, The Edge of the Sea, which is also a bestseller.

Carson spent many years researching the effects and dangers of pesticides and pests. Especially DDT sprays that were popular. From then on, she wrote the most important book, Silent Spring, which explains the obvious dangers of chemicals.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 104 เจ้าชายแห่งคณิตศาสตร์

เจ้าชายแห่งคณิตศาสตร์

ประวัติโยฮันน์ คาร์ล เจ้าชายแห่งคณิตศาสตร์

เจ้าชายแห่งคณิตศาสตร์

โยฮันน์ คาร์ล ฟรีดริช เกาส์ (Johann Carl Friedrich Gauss)นักคณิตศาสตร์ “เจ้าชายแห่งคณิตศาสตร์” (Prince of Mathematics) ซึ่งมีผลงานดีเด่นในหลายสาขารวมถึงทฤษฎีจำนวนพีชคณิตสถิติคณิตศาสตร์เชิงวิเคราะห์เรขาคณิตเรขาคณิตทฤษฎีตัวชี้วัด

ยีออเดซี, ธรณีฟิสิก, ส์กลศาสตร์, ไฟฟ้าสถิตย์ และดาราศาสตร์ เกาส์เป็นอัจฉริยะกับไอน์สไตน์ เขาจะค้นหาความรู้ที่สำคัญและค้นหาการคำนวณใหม่ ๆ ที่เป็นพื้นฐานของหัวเรื่องนั้นโดยไม่คำนึงถึงหัวข้อ นอกจากนี้เกาส์ยังมีผลงานทางดาราศาสตร์และฟิสิกส์ที่ยอดเยี่ยม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กนักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อไปยกย่องความสามารถและการทำงานของเขาโดยใช้ชื่อของเขาเป็นหน่วยความหนาแน่นฟลักซ์แม่เหล็กหรือการเหนี่ยวนำแม่เหล็ก Gauss (G)

เกาส์เป็นชาวเยอรมันเกิดเมื่อปี 1777 ที่เมืองเบราน์ชไวค์ (Brunswick) ประเทศเยอรมันในครอบครัวยากจน แม่ของเกาส์เป็นคนฉลาดแต่ไม่รู้หนังสือ เป็นแม่บ้าน ส่วนพ่อทำงานรับจ้างใช้แรงงาน

ครอบครัวของเกาส์ไม่เคยมีเงินพอใช้ แต่เกาส์เป็นเด็กอัจฉริยะคิดเลขเป็นก่อนพูดได้ ตอนสามขวบเคยบอกพ่อให้แก้ไขการคำนวณค่าจ้างคนงานที่พ่อคิดผิด ตอนอายุ 7 ปี

History of Johann Karl, Prince of Mathematics

Johann Carl Friedrich Gauss, mathematician “Prince of Mathematics”, which has outstanding results in many fields, including number theory, algebra, statistics, analytical mathematics, geometry, metric theory

Yee Odyssey, Geophysics, Mechanics, Static Electricity and Astronomy Gauss is a genius with Einstein. He will search for important knowledge and search for new calculations that are the basis of the subject, regardless of the subject. In addition, Gauss also has excellent astronomy and physics work.

In particular, the electric and magnetic fields, the next generation of scientists praised his ability and his work by using his name as a magnetic flux density unit or magnetic induction Gauss (G).

Gauss is a German born in 1777 in Brunswick, Germany, in a poor family. Gauss’s mother is intelligent but illiterate, is a housewife, while his father works as a laborer.

Gauss’s family has never had enough money. But Gauss is a genius boy, calculating numbers before speaking When I was three years old I told my father to correct the calculation of the wage that the father was wrong at the age of 7 years

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 103 เจมส์ วัตต์ นักประดิษฐ์ชาวสกอตแลนด์

เจมส์ วัตต์

ประวัตินักประดิษฐ์ชาวสกอตแลนด์ เจมส์ วัตต์

เจมส์ วัตต์

เจมส์ วัตต์ เป็นนักประดิษฐ์และวิศวกรเครื่องกลผู้พัฒนาเครื่องจักรไอน้ำจนทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพสูงเป็นต้นแบบให้กับเครื่องยนต์ใช้น้ำมันในปัจจุบัน เครื่องจักรไอน้ำของเขาได้รับความนิยมและถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆมากมายจนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมทั้งในประเทศอังกฤษและทั่วโลก

นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องจักรและอุปกรณ์อีกหลายอย่าง รวมทั้งเป็นผู้คิดและริเริ่มการใช้หน่วยแรงม้า (Horsepower) สำหรับวัดกำลังของเครื่องจักรที่ยังใช้งานจนถึงปัจจุบัน ชื่อ “วัตต์ (watt – W)” ถูกนำไปใช้เป็นหน่วยของพลังงานเพื่อเป็นเกียรติแก่เขาในฐานะนักประดิษฐ์คนสำคัญของโลก

เกิดในปี 1736 ในเมืองกรีนล็อคประเทศสกอตแลนด์ พ่อของฉันเป็นนักเดินเรือ สำหรับแม่ที่มีการศึกษาดีในวัยเด็กของเขาเขามีสุขภาพไม่ดีมักจะป่วยและศึกษาที่บ้านกับแม่และพ่อของเขาสอน เมื่อเขาโตขึ้นเขาก็ไปโรงเรียน วัตต์เก่งในวิชาคณิตศาสตร์

สำหรับหลักสูตรภาษามันไม่สำคัญเลย แต่การศึกษาที่สำคัญและเส้นทางสู่ชีวิตของเขาเป็นช่วงเวลาที่เขาช่วยทำงานที่โรงงานพ่อของเขาที่นั่นเขาได้เรียนรู้และทำงานกับเครื่องมือและอุปกรณ์มากมาย และเริ่มแสดงความสามารถและพรสวรรค์ในการประดิษฐ์เครื่องมือทางวิศวกรรมเหล่านั้น

James Watts History

James Watts is an inventor and mechanical engineer who developed steam engines so that they work well with high efficiency as a prototype for today’s oil-powered engines.

In addition, he is the inventor of many other machinery and equipment. As well as the inventor and the author of the Horsepower unit for measuring the power of the machine that is still in use today.

His steam engines were popular and used in many industries, which became a major driver of the industrial revolution both in England and around the world.

In addition, he is the inventor of many other machinery and equipment. As well as the inventor and the author of the Horsepower unit for measuring the power of the machine that is still in use today.

Born in 1736 in Green Lock, Scotland. My father is a navigator For a well-educated mother in his childhood, he is in poor health, often becomes ill and studies at home with his mother and father. When he grew up he went to school. Watts excelled in mathematics.

For language courses, it doesn’t matter at all.  And began to show the talents and talents in the creation of those engineering tools

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 102 เฟรเดอริก แซงเจอร์ ผู้ค้นพบโครงสร้างของโปรตีนอินซูลิน

เฟรเดอริก แซงเจอร์

ผู้ค้นพบโครงสร้างของโปรตีนอินซูลิน เฟรเดอริก แซงเจอร์

เฟรเดอริก แซงเจอร์

เฟรเดอริก แซงเจอร์ เป็นนักชีวเคมีชาวอังกฤษเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีสองครั้งหลังจากเขาจบการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาชีวเคมีจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

ได้ทำการค้นคว้าโครงสร้างของโปรตีนอินซูลินโดยเฉพาะที่เขาทำการวิจัยเป็นเวลา 12 ปี ในที่สุดเขาก็สามารถค้นพบโครงสร้างอินซูลินที่ถูกต้องได้สำเร็จ งานนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปีพ. ศ. 2501 และการค้นพบของแซงเจอร์ก็มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแนวคิดของการจำแนก DNA โปรตีนของฟรานซิสคริก

ต่อมาแซงเจอร์เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดลำดับโมเลกุลของ RNA และเริ่มพัฒนาเทคนิคการหาลำดับ จากนั้นเขาก็หันไปศึกษาลำดับดีเอ็นเอซึ่งต้องการวิธีการที่แตกต่างกัน เขาศึกษาในหลาย ๆ ด้าน จนกระทั่งปี 1977

เขาค้นพบวิธีการเรียงลำดับดีเอ็นเอที่เรียกว่า “วิธีการแซงเจอร์” ซึ่งสามารถเรียงลำดับสายยาวของดีเอ็นเอได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ งานนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีอีกครั้งในปี 1980 กับ Walter Gilbert และ Paul Berg นอกจากนี้แซงเจอร์ประสบความสำเร็จในการให้คำปรึกษานักศึกษาปริญญาเอก ในหมู่นักเรียนของเขาที่มีมากกว่า 10 คนขึ้นไป 2 คนได้รับรางวัลโนเบล

The discoverer of the structure of the insulin Frederick Sanger protein

Frederick Sanger is the only British biochemist in history to receive the Nobel Prize in Chemistry twice after he graduated with a Ph.D. In Biochemistry from Cambridge University.

Has researched the structure of the insulin protein, especially which he had researched for 12 years, finally he was able to successfully find the correct insulin structure This work earned him the Nobel Prize in Chemistry for 2017. 1958, and Sanger’s discovery plays an important role in the development of the concept of the classification of proteins by Francis Crick.

Later, Sanger began to study the possibility of molecular sequencing of RNA and began to develop sequencing techniques. He then turned to study the DNA sequence, which needed different methods.

He discovered a method of sequencing DNA called “Sanger method” which can quickly and precisely sort long strands of DNA This work earned him the Nobel Prize in Chemistry again in 1980 with Walter Gilbert and Paul Berg. In addition, Sanger succeeded in consulting PhD students. Among his students with more than 10 people, 2 people received the Nobel Prize.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 108 ทอมัส เอดิสัน นักประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า

ประวัตินักประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า ทอมัส เอดิสัน

ทอมัส เอดิสัน

ทอมัส เอดิสัน เป็นนักประดิษฐ์ชั้นยอดของโลกอเมริกาผลงานของเขาหลายอย่างเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนไปสู่สังคมสมัยใหม่ เอดิสันเป็นตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จด้วยความเพียร เขาแทบไม่เคยเรียนที่โรงเรียนเลย

แต่ดำเนินการวิจัยและทดลองด้วยตัวเองตั้งแต่วัยเด็กจนถึงสิ้นสุดชีวิตเอดิสันสามารถใช้เงินที่ได้จากการขายงานสิทธิบัตรครั้งแรกของเขาเพื่อสร้างโรงงานโดยมีห้องปฏิบัติการวิจัยที่สร้างขึ้นในโรงงานอุตสาหกรรมที่ทันสมัยในวัย 23 ปี

ถึงแม้ว่าเอดิสันจะไม่ใช่คนแรกที่คิดค้นหลอดไฟฟ้า แต่เขาเป็นผู้คิดค้นการพัฒนาหลอดไฟฟ้าที่ใช้ในบ้านอย่างประสบความสำเร็จไม่เพียงเท่านั้นเขายังเป็นผู้สร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในนิวยอร์กซิตี้

ลากสายไฟฟ้าทั่วเมืองเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสใช้ไฟฟ้าอย่างทั่วถึง และเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกอย่างสมบูรณ์เอดิสันเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องบันทึกเสียงเครื่องบันทึกภาพเคลื่อนไหว

The history of the inventor of the Thomas Edison light bulb

Thomas Edison is a great inventor of the American world. Many of his works have changed people’s lifestyles into modern societies. Edison is an example of someone who succeeds with perseverance. He almost never studied at school.

But carried out self-research and experimentation from childhood to the end of his life. Edison was able to use the proceeds from the sale of his first patent work to build a factory with a research laboratory built in an industrial facility that Modern at the age of 23 years

Although Edison was not the first person to invent an electric bulb But he is a successful inventor of the home electric lamp. Not only that, he also built a new power plant in New York City.

Drag electricity lines throughout the city to give everyone the opportunity to use electricity thoroughly. And completely changed the daily lives of people around the world. Edison was the inventor of the voice recorder, motion picture recorder

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ตอนที่ 101 การแสดงอารมณ์บนใบหน้าของมนุษย์

การแสดงอารมณ์บนใบหน้าของมนุษย์

การแสดงอารมณ์บนใบหน้าของมนุษย์

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 101

ตอนที่ 80

1.การแสดงอารมณ์บนใบหน้าของมนุษย์  วันหนึ่งๆ เราอาจมีอารมณ์และความรู้สึกเหล่านั้นถูกถ่ายทอดออกมาบ่อยครั้งทางใบหน้า เชื่อหรือไม่ว่ากล้ามเนื้อทั้งที่เป็นวงกลมและเป็นเส้นบนใบหน้าสามารถแสดงอารมณ์ที่หลากหลายได้มากกว่า 1,000 รูปแบบเลยทีเดียวถือว่าไม่น้อยเลยนะเนี้ย

2.การนอนหลับ ขณะนอนหลัลบเราสามารถเรียนรู้ได้หรือไม่ในสมัยก่อนนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามนุษย์ไม่สามารถเรียนรู้ได้ในขณะนอนหลับได้ แต่จากการทดลองอย่างละเอียดของนักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังพบว่า มนุษย์จะไม่สามารถเรียนรู้ได้ในขณะที่นอนหลับสนิทแต่จะสามารถเรียนรู้ได้ในขณะที่อยู่ในช่วงสะลึมสะลือ

3.ล้มตัวลงนอน เชื่อหรือไม่ว่าในบรรดาสิ่งมีชีวิตมีสัตว์เพียง 2-3 ชนิดเท่านั้นที่นอนหลับโดยเอนหลังแนบกับพื้น และสัตว์ชนิดหนึ่งที่สามารถทำเช่นนี้ได้หนึ่งในนั้นก็คือมนุษย์ส่วนสัตว์ชนิดอื่นนั้นบางชนิดก็ยืนหลับส่วนบางชนิดนั้นยืนหลับด้วยซ้ำ

4.เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์น้ำหนักลด ไม่ว่าเราจะมีน้ำหนักมากน้อยเพียงใดก็ตามน้ำหนักของเราจะสามารถลดลงได้ 300 กรัมทุกวันในขณะที่เรานอนหลับแต่อย่าเพิ่งดีใจไปนะครับ เพราะทันทีที่เรานั้นตื่นขึ้นมา น้ำหนักเราก็จะเพิ่มกับมาเท่าเดิม

5.อาณาจักรแห่งความฝัน นักวิทยาศาสตร์พบว่า ถ้าวันหนึ่งๆ เรานอนหลับประมาณ 8 ชั่วโมงเราจะฝัน 3-5 ครั้งต่อคืนโดยช่วงความฝันแต่ละครั้งใช้เวลานานประมาณ 10-30 นาที และถ้าเราถูกปลุกขึ้นมาในระหว่างที่กำลังฝันอยู่เราอาจจะจำฝันนั้นได้หรือไม่ได้ก็ได้

การแสดงอารมณ์บนใบหน้าของมนุษย์

1. Emotional expression on a human face. One day, we may have those emotions and feelings are often expressed in the face. Believe it or not, both circular and facial muscles can display more than 1,000 different styles, no less.

2. Can we sleep while we sleep? In the old days, scientists believed that humans could not learn while sleeping. But from the detailed experiments of later generations of scientists Humans will not be able to learn while in deep sleep, but they will be able to learn while in the midst of sluggishness.

3. Lie down Believe it or not, there are only a few species of creatures. Sleep with your back on the ground. And one kind of animal that can do this, one of which is humans, while some other animals are asleep, others are asleep.

4. Interesting science facts about weight loss No matter how much we weigh, our weight can be reduced by 300 grams every day while we sleep, but don’t be happy. Because as soon as we woke up We will add the same weight.

5. The Kingdom of Dreams Scientists have found that if one day we sleep for about 8 hours, we will dream 3-5 times a night, each period takes about 10-30 minutes, and if we are awakened while dreaming We may or may not remember that dream.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

 

ตอนที่ 100 อาการหนาวสั่นของมนุษย์

อาการหนาวสั่นของมนุษย์

อาการหนาวสั่นของมนุษย์

วิทยาศาสตร์น่ารู้รอบตัวเรา ตอนที่ 100

ตอนที่ 79

1.อาการหนาวสั่นของมนุษย์ อาการหนาวสั่นเป็นอาการที่ร่างกายแสดงออกมาเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หลังจากที่ได้รับความเย็นมากเกินไป เพราะความเย็นจะทำให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายทำงานช้าลงและเป็นอันตรายได้หากอุณหภูมิลดต่ำลงมากๆ ดังนั้นกล้ามเนื้อจึงผลิตความร้อนด้วยการทำให้กล้ามเนื้อหดตัวไปมาอย่างรวดเร็ว

2.สูงและต่ำ ตอนกลางวันอุณหภูมิในร่างกายของเราอาจสูงขึ้นได้อย่างมากๆ หากเรารับประทานอาหารมื้อใหญ่ อยู่ในที่อากาศร้อนหรือออกกำลังกายอย่างหนักแต่ตอนกลางคืนอุณหภูมิในร่างกายของเราจะค่อยๆ ลดลงจนต่ำที่สุดเมื่อเรานอนหลับเพื่อเป็นการรักษาสมดุลของร่างกาย

3.ลูกผู้ชาย การที่ผู้ชายเชื่อว่าลูกผู้ชายต้องไม่หลั่งน้ำตานั้น ส่งผลกระทบให้ผู้ชายเป็นโรคเครียดได้ง่ายกว่าผู้หญิง เพราะมีโอกาศปลดปล่อยอารมณ์ที่ถูกกดดันได้น้อย รู้แบบนี้แล้ว ใครที่กำลังเครียดก็ลองหาโอกาศปลดปล่อยอารมณ์บ้างนะ แต่ไม่ใช่เอาแต่นั่งร้องไห้อยู่นะ การออกกำลังกายก็สามารถช่วยคลายความเครียดได้เหมือนกัน

4.เรื่องน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ตัวยารักษาโรค การฉีดยาเป็นวิธีการรักษาโรคอีกวิธีหนึ่งที่แพร่หลาย ทราบหรือไม่ว่าแพทย์ได้ตัวยามาจากไหน ในยาฉีดนั้นมีส่วนประกอบของแบคทีเรียที่ทำให้ฤทธิ์อ่อนลง ซึ่งได้มาจากเชื้อโรคของผู้ป่วยรายอื่นที่ป่วยเป็นโรคเดียวกับเรา นอกจากนำไปทำเป็นยาฉีดแล้ว เชื้อโรคเหล่านั้นยังสามารถนำไปทำเป็นวัคซีนป้องกันโรคได้อีกด้วยโดย วัคซีนจะเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกันโรคชนิดนั้นๆ ในร่างกาย

5.หาวนอน อาการง่วงเหงาหาวนอนเกิดจากการที่เรารู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย ระบบทางเดินหายใจของเราจึงทำงานช้าลงเป็นผลให้กล้ามเนื้อคอหอยปิดโดยอัตโนมัติ ทำให้ร่างกายต้องการอากาศเพิ่มขึ้น เราจึงต้องหาวเพื่อเอาอากาศเข้าไปใช้ในกระบวนการหายใจของร่างกายเรา

อาการหนาวสั่นของมนุษย์

1. human chills Chills are symptoms that the body shows to maintain the body temperature at an appropriate level. After getting too cold Because the cold will cause various processes The body works slower and more dangerous if the temperature is very low. Therefore, the muscles produce heat by causing the muscles to contract quickly and backwards.

2. High and low during the day, the temperature in our body may increase dramatically. If we eat a large meal Staying in hot weather or exercising hard, but at night the temperature in our body will gradually Reduced to the lowest when we sleep in order to maintain a balanced body

3. Men. The men believe that men must not shed tears. Affecting men with stress more easily than women. Because there is a chance to release the emotion that is less pressured Knew this Anyone who is stressed, try to find a chance to release some emotions. But not just sitting and crying Exercise can also help relieve stress.

4. Interesting science facts about medicine Injections are another common treatment method. Do you know where the doctor got the medicine from? In the injection drug contains bacterial substances that weaken the effect. Which is derived from germs of other patients who have the same disease as us Aside from being used to make an injection Those germs can also be made into vaccines to prevent disease as well. Vaccines will immunize that disease in the body.

5. Loss of sleepiness and drowsiness is caused by the feeling of being tired or exhausted. Our respiratory system therefore slows down, resulting in the throat muscles closing automatically. Causing the body to need more air We therefore have to yawn to get air to use in our body’s breathing process.

ติดตามเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE